4 กลยุทธ์ กระตุ้นเที่ยวถนนข้าวสารโฉมใหม่ ตลาดคนไทยกลับมา 70-80%

4 กลยุทธ์ล่าสุด กระตุ้นท่องเที่ยวถนนข้าวสาร ถึงเวลาแล้วที่ “คนไทย” ต้องช่วย “คนไทย” เพื่อต่อลมหายใจให้ตัวเองและประเทศชาติ

รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศไทย แต่เมื่อเกิดสถานการณ์การระบาดโควิด-19 (COVID-19) ในไทยนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 63 หลายประเทศปิดพรมแดนรวมถึงประเทศไทย เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวหยุดชะงักทำให้ “ธุรกิจท่องเที่ยว” เป็นธุรกิจแรกที่ได้รับผลกระทบทันที และจนถึงปัจจุบัน เป็นธุรกิจสุดท้ายที่จะกลับมาเฟื่องฟูได้ช้า

นั่นเป็นเพราะ จากที่ไทยเคยเป็นประเทศที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกในปี 2018 ปัจจุบันรายได้หลักของประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลักกลายเป็นศูนย์เพราะพิษโควิด-19 ผลกระทบไม่ได้เกิดเฉพาะธุรกิจใหญ่ๆ อาทิ สายการบิน โรงแรม และบริษัททัวร์ แต่กระทบกว้างถึงกลุ่มธุรกิจ MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions) ด้วย อาทิ บริษัทเช่ารถ เรือสำราญ ไกด์นำเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง ทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนอาชีพชั่วคราวไปทำเกษตร หรือเป็นพ่อค้า แม่ค้าเพื่อความอยู่รอด

: ไทยเที่ยวไทย ต่อลมหายใจคนไทยในธุรกิจท่องเที่ยว :

หากหวังให้นักเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย หลังเริ่มผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วผ่านนโยบาย Travel Bubble ในวันที่โรคระบาดยังไม่มีทีท่าจะสิ้นสุดและยังไม่มีวัคซีนป้องกัน คงจะช่วยได้ไม่มาก เพราะนักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศก็อาจต้องเที่ยวในประเทศตัวเองเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ

เพราะฉะนั้นสถานการณ์ตอนนี้ สิ่งเดียวที่คนไทยจะช่วยกันให้ก้าวข้ามวิกฤติเศรษฐกิจเพราะพิษโควิด-19 คือ “ไทยเที่ยวไทย” เพื่อช่วยต่อลมหายใจคนไทยในธุรกิจต่างๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้อยู่รอดต่อไปได้

แล้วแหล่งท่องเที่ยวควรปรับเปลี่ยนไปในทิศทางใดเพื่อกระตุ้นให้คนภายในประเทศมาท่องเที่ยวให้มากขึ้น โดยเฉพาะ “ถนนข้าวสาร (Khaosan Road)” หนึ่งในสถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพมหานครที่มีชื่อเสียงในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างปักหมุดเป็นจุดหมายปลายทางที่มาเที่ยวเมืองหลวงของไทย หากไม่ได้มาเที่ยวถนนข้าวสารถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองไทย

: ตลาดคนไทยกลับมา 70-80% วันธรรมดายังไม่กลับมาถึง 50% :

นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร หรือ นายกฯ ผู้ค้าถนนข้าวสาร กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดของถนนข้าวสารกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ก่อนรัฐบาลจะผ่อนปรนให้กลับมาเปิดกิจการได้ทั้งธุรกิจอาหาร ธุรกิจนวดแผนไทย-สปา ผับ บาร์ คาราโอเกะในถนนข้าวสาร บรรยากาศสุดเงียบเหงาในรอบ 40 ปี

เดิมนักท่องเที่ยวถนนข้าวสาร 90% เป็นต่างชาติ และกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย 10% จากการมาเที่ยวกลางคืนในผับ ร้านดื่มริมถนน สมัยหนึ่งก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ถนนข้าวสารค่าเช่าสูง ที่ดินขายตารางวาละล้าน ปัจจุบันบางแห่งทิ้งร้าง ปล่อยเช่าแต่ไม่มีคนเช่า หลายๆ ธุรกิจหนี เหลือแต่เจ้าของอาคาร

หลังปลดล็อกดาวน์ให้ขายอาหารแบบนั่งทานที่ร้านได้ ถนนข้าวสารกลับมาฟื้นตัวได้บ้างจากนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่มานั่งดื่มและฟังเพลงในร้านอาหารเวลากลางคืน ซึ่งเปิดกิจการแล้วแต่มีจำนวนไม่มาก ณ ตอนนี้คนไทยกลับมาท่องเที่ยวถนนข้าวสาร 70-80% ในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ แต่ในวันธรรมดายังมาท่องเที่ยวไม่ถึง 50% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี บางร้านจากเดิมไม่มีห้องเช่า ตั้งโต๊ะ ก็ไปเช่าห้องที่ร้านอื่นๆ ที่ปิดกิจการไปแล้วมาทำเป็นร้านเหล้า บาร์เบียร์ บางคนปรับจากขายเสื้อผ้ามาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้รายได้ดีขึ้น

“คนไทยมาเที่ยวถนนข้าวสาร ยังไม่ 100% แต่ดีขึ้นจากช่วงล็อกดาวน์ ช่วยให้ผู้ประกอบการพออยู่กันได้” นายสง่าพูดถึงสถานการณ์ไทยเที่ยวไทย

: 4 กลยุทธ์ ดึงดูดคนไทยเที่ยวถนนข้าวสาร ต่อลมหายใจผู้ประกอบการ :

จากข้อมูลนายสง่าจะเห็นว่า ไทยเที่ยวไทย ช่วยคนไทยได้จริงๆ และคาดว่าคงต้องช่วยกันไปอีกปีกว่าๆ เพราะนายสง่าคาดการณ์ว่าในช่วงไฮซีซั่นของถนนข้าวสาร หรือไตรมาส 4 ระหว่างเดือน เดือน ต.ค.-ธ.ค.63 และไตรมาส 1 ระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค 64 จนถึงปลายปี 64 หรือกลางปี 65 จะยังไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาอย่างแน่นอน เพราะสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกยังไม่นิ่ง อีกทั้งยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีรายได้เข้ามาอีกเพื่อความอยู่รอด อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้คนไทยมาเที่ยวถนนข้าวสารให้มากขึ้น นายสง่าเปิดเผยว่า ที่ผ่านมานอกจากทางสมาคมฯ จัดประชุมแนะแนวทางให้ผู้ประกอบการในถนนข้าวสารปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจตัวเอง และเลือกให้บริการให้เหมาะสมกับคนไทยมากขึ้นแล้ว ยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังของบประมาณจากภาครัฐฯ เพื่อมาฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวบนถนนข้าวสารในระยะยาว ดังนี้

1. นำเชฟมิชลินสตาร์มาสอนผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ให้ทุกคนมีความรู้ ความสามารถ และมีตราประทับ มิชลินสตาร์ เพื่อให้คนไทยสามารถมาหาของกินจากลูกศิษย์เชฟมิชลินสตาร์บนถนนข้าวสาร
2. จัดอีเวนต์ต่างๆ เพื่อดึงคนไทยมาเที่ยวถนนข้าวสาร โดยดึงสิ่งเก่าๆ บนถนนข้าวสารที่คนไม่รู้จักมาเป็นไฮไลต์เพื่อให้นักท่องเที่ยวไทยรับรู้และอยากมาดู มาถ่ายรูป มาเที่ยว และมากิน
3. ทำคลิปวิดีโอเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้คนไทยมาท่องเที่ยวถนนข้าวสาร โดยนำนางแบบที่มีฟอลโลเวอร์เยอะๆ มาสวมชุดไทย ใช้ถนนข่าวสารเป็นรันเวย์
4. สร้างแลนดมาร์กใหม่ให้ถนนข้าวสาร อาจมีมาสคอต หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งทำเป็นไฮไลต์ เพราะปัจจุบันถนนข้าวสารไม่มีจุดให้ถ่ายรูปที่เป็นสัญลักษณ์ชัดเจน นอกจากถ่ายกลางถนนแล้วเห็นแต่ป้ายโฆษณา

ทั้ง 4 โครงการนี้ นายสง่าเชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวถนนข้าวสารได้ แต่จะช่วยต่อลมหายใจผู้ประกอบการได้มากน้อยเพียงไร ขึ้นอยู่กับพลังของคนไทย และไม่เพียงมาเที่ยวถนนข้าวสารเพื่อไทยช่วยไทย นายสง่าชี้แนะ ให้คนไทยปรับเปลี่ยนแนวคิด เที่ยวแบบกระจายไปจังหวัดอื่นๆ อย่ายึดติดเฉพาะจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เพื่อช่วยกระจายรายได้ ให้การจับจ่ายด้านท่องเที่ยวกระจายไปทั่วประเทศ ช่วยให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน

: กิจกรรมเพียบ ดีเดย์ 30 ต.ค. เปิดเที่ยวถนนข้าวสารโฉมใหม่ เล็งจำกัดผู้ค้าริมถนน :

นอกจากนี้ นายสง่าเปิดเผยว่า ล่าสุด กทม. จะจัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ค้าในถนนข้าวสาร และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 09.00-24.00 น. ในวันที่ 30-31 ต.ค. นี้ ภายในงานจะมีกิจกรรมมากมายสำหรับทุกวัย ทั้งเด็กนักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน รวมถึงผู้สูงอายุ อาทิ การประกวดวาดภาพ มินิคอนเสิร์ต นิทรรศการประวัติถนนข้าวสาร 

การออกร้านจำหน่ายผลงานศิลปะของนักเรียนนักศึกษา การออกบูธ และร้านค้าจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม จากผู้ค้าเดิมที่เคยขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเขตพระนคร เมื่อปี 2559 ทั้งหมด ร่วมกับร้านค้าเฉพาะกิจที่จะมาทำการค้าขายในวันจัดงาน

นายสง่า สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสารย้ำว่า ในอีก 2 ปีข้างหน้ากว่าถนนข้าวสารจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งเมื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวจากจีนและประเทศอื่นๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ในระหว่างนี้สิ่งสำคัญเพื่อต่อลมหายใจให้คนไทยคือไทยเที่ยวไทย

“คนไทยต้องช่วยคนไทย เที่ยวในพื้นที่ตัวเองแล้วก็กระจายไปเที่ยวจังหวัดอื่นบ้าง โครงการต่างๆ ที่คิดขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจในถนนข้าวสารมีพลังใจสู้ ช่วยประคับประคองให้มีรายได้หล่อเลี้ยงต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ” นายสง่ากล่าว

เมื่อรายได้ท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติยังไร้วี่แวว ถึงเวลาแล้วที่ “ไทยเที่ยวไทย” ช่วยคนไทย เพราะฉะนั้น อย่ารอช้า! ออกมาเที่ยวไทยกันเถิด และถ้าอยากรู้งบประมาณที่ควรจะใช้ในการเที่ยว เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้อีกหลายอาชีพในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คลิกได้ที่ลิงก์นี้  https://www.thairath.co.th/spotlight/postcovidtravel 


Instagram