ไทย-กัมพูชาตรวจจุดเกิดเหตุระเบิด 2 ศพ แจ้งเตือนชาวบ้านห้ามนำรถไถเข้าพื้นที่

ไทย-กัมพูชาตรวจจุดเกิดเหตุระเบิด 2 ศพ แจ้งเตือนชาวบ้านห้ามนำรถไถเข้าพื้นที่

สระแก้ว – เจ้าหน้าที่ไทยจับมือทหารกัมพูชา ตรวจพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จุดที่สองพ่อลูกคนไทยขับรถไถเหยียบกับระเบิดรถถัง PM46 จนเสียชีวิต โดยแจ้งเตือนชาวบ้านห้ามนำรถไถเข้าพื้นที่ในช่วงนี้ เกรงว่าจะมีระเบิดอีก จนกว่าจะมีการเข้าตรวจสอบพื้นที่ด้วยเครื่องตรวจวัตถุระเบิดขนาดใหญ่ เพราะระเบิดฝังไว้ลึกเกือบ 1 เมตร ทำให้เครื่องตรวจขนาดเล็กตรวจหาไม่พบ

เมื่อวันที่ 28 ต.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีสองพ่อลูกขับรถไถเหยียบกับระเบิดรถถังเสียชีวิต ที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดย ร.ท.เชี่ยวชาญ แสงแก้ว เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 (นปท.1) กองกำลังบูรพา ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองร้อย ฉก.ตชด.4 และ ด.ต.ขจรศักดิ์ อนันตึก รอง ผบ.มว.ตชด.1243 พร้อมด้วย ร.ต.อ.ศุภวิชญ์ สุดหอม รอง สว.กก.ตชด.12(กทบ.) หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด กก.ตชด.12 เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 27 ต.ค.63 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยชาวบ้านที่มาช่วยกันเก็บกู้ซากรถไถ สีส้ม หมายเลขทะเบียน ตฆ-2789 สระแก้ว ออกจากพื้นที่ ขณะเดียวกัน ครอบครัวของ นายจรูญ และนายพงศ์ศักดิ์ เขียวพรมมา สองพ่อลูกชาวบ้านในตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง ที่เสียชีวิต ญาติได้นิมนตร์พระภิกษุจากวัดโคกสูง จำนวน 4 รูป มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของผู้ตายกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดโคกสูง โดยจะสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 5 คืน และจะฌาปนกิจศพ นายจรูญ ผู้เป็นพ่อ ในวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย.63 และฌาปนกิจศพลูกชาย ในวันจันทร์ที่ 2 พ.ย.63

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของแปลงนาจุดเกิดเหตุ ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ EOD และ นปท.1 เก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลกระโดดระเบิด Type 69 ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว 1 ทุ่น ที่บริเวณไร่มันสำปะหลัง บ.เขาลูกช้าง ม.14 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุไปทำลาย หลังจากชาวบ้านพบนานแล้ว จึงนำไปวางทิ้งไว้ที่จอมปลวกใต้ต้นไม้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกัมพูชาและศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา(cmac) เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุร่วมกัน โดยสามารถตรวจพบเศษชิ้นส่วนของระเบิดดักรถถังในจุดเกิดเหตุดังกล่าว เป็นระเบิดทำลายรถถังชนิด PM46 ผลิตในประเทศรัสเซีย

ทางด้าน พล.ต.ควน เจือน ผบ.กองพันทหารที่ 503 ประเทศกัมพูชา ซึ่งได้เดินทางลงพื้นที่พร้อมทหาร 7 ราย และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา(CMAC) 4 นาย ระบุว่า ระเบิดทำลายรถถังดังกล่าวถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกเกือบ 1 เมตร เชื่อว่าบริเวณใกล้เคียงกันต้องมีระเบิดอีกแน่นอน เพราะระเบิดถูกฝังลึกมากตั้งแต่สมัยสงครามปี 2519-2523 เพราะดูจากบอดี้เป็นระเบิดเก่าขึ้นสนิม ไม่ใช่ระเบิดของใหม่ และที่สำคัญทางฝ่ายทหารฝ่ายไทยควรแจ้งหน่วยเหนือและให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รับทราบว่า ไม่ควรอนุญาตให้ชาวบ้านเอารถไถเข้ามาในช่วงนี้ เพราะการตรวจสอบระเบิดด้วยเครื่องมือขนาดเล็ก ไม่สามารถตรวจพบระเบิดที่ฝังอยู่ลึกขนาดนี้ได้ เชื่อว่า หลังฝนตกอย่างหนักและมีน้ำท่วมขังกัดเซาะจุดนั้น เมื่อรถไถเข้าไปเหยียบจึงอ่อนตัวลงไปจนระเบิดทำงาน ดังนั้น จึงต้องนำเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดขนาดใหญ่ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา(cmac) มีใช้งานอยู่ นำมาตรวจสอบในบริเวณใกล้เคียงก่อนให้แน่ชัดว่า ไม่มีระเบิดหลงเหลืออยู่ จึงจะอนุญาตให้ชาวบ้านนำรถไถเข้าไปในบริเวณนั้น ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน นางเภา เขียวพรมมา ภรรยาของนายจรูญ ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเหมือนมีลางบอกเหตุ เพราะสองพ่อลูกมักจะออกไปตัดหญ้าแถว ๆ บ้านเขาลูกช้าง แต่เครื่องตัดหญ้าเสีย จึงเอากลับมาซ่อม เมื่อซ่อมเสร็จจึงชวนลูกชายออกไปตัดหญ้าแถวบริเวณหนองหญ้าแก้วเพราะอยู่ใกล้บ้าน โดยก่อนลูกชายจะไปตัดหญ้ากับพ่อ ตนเองก็บอกลูกชายให้ไปใส่ปุ๋ยแล้วให้ปล่อยวัวเดินหากินหญ้าแถว ๆ บ้าน ไม่ต้องไปตัดหญ้า แต่ลูกชายบอกว่า อากาศมันร้อน เดี๋ยวค่อยไปใส่ปุ๋ยในวันพรุ่งนี้ จนมารู้ข่าวอีกที มีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่บอกว่า รถไถเหยียบกับระเบิดมีผู้เสียชีวิต 2 คน

Instagram