โผล่อีก! โรงเรียนเดิมแต่ครูอีกคน ทำร้ายเด็กอนุบาล พ่อร่ำไห้ผิดเองส่งลูกเจอความทรมาน

รายการโหนกระแสวันที่ 29 ก.ย. “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ยังเกาะติดกรณีครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ทำร้ายนักเรียนชั้นอนุบาล

นอกจากครูจุ๋มครูพี่เลี้ยง พบว่า ครูอิ้วซึ่งเป็นครูประจำชั้นก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนเหมือนกัน โดยวันนี้ได้เปิดใจสัมภาษณ์แม่มด แม่น้องโฟกัสพ่อปอ พ่อน้องพีพีแม่ดา แม่น้องแดเนียล เด็กนักเรียนที่ถูกทารุณโดยครูอิ้ว มาพร้อม รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี” กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม  

แม่น้องโฟกัส น้องเรียนที่นี่ตั้งแต่?

แม่มด : “เริ่มเรียนตั้งแต่อนุบาล เลือกที่นี่เพราะเราซื้อบ้านใกล้ๆ โรงเรียน ลูกสาวจบ ม.3 และต้องต่อ ม.4 โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนทางเลือก เราเชื่อมั่นโรงเรียน เพราะเป็นโรงเรียนดังทั่วประเทศ แล้วสามารถเรียนได้ทั้งพี่ทั้งน้อง ค่าเข้าคนโตเกือบ 35,000 นี่เป็นค่าเทอมนะคะ ไม่รวมหนังสือ ไม่มีค่าบำรุง คนเล็กคือน้องโฟกัส อายุ 3 ขวบ 10 เดือน อยู่เคจีวันซี (KG1-C) เป็นอนุบาล 1 ซึ่งที่นี่มีถึงจี เขาแยกเป็นจุดอินเตอร์ เรียนควบ อาเซียน น้องเรียนควบ 2 ภาษา”

ตึกเดียวกับน้องๆ ฝั่งครูจุ๋ม?

แม่มด : “ค่ะ เขาจะแทนตัวว่าเชอร์อิ้ว เชอร์จุ๋ม”

ลูกเราโดนอะไร รู้ได้ยังไง?

แม่มด : “ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้เลยว่าลูกโดนกระทำแบบนี้ จนคลิปต่างๆ ที่ออกมา แม่เลยไปที่โรงเรียน แต่ก่อนหน้านี้น้องมีท่าทีหวาดกลัว ไม่ยอมไปโรงเรียน สองอาทิตย์หลังน้องเป็นหนัก แม่ไปส่งจะเกาะขาตลอดไม่ยอมปล่อย มีเชอร์มารับด้านหน้า เขาจะวัดค่าอะไรปกติ เขาจะเห็นทุกเหตุการณ์ว่าลูกเกาะขาตลอด ร้องไห้ ไม่อยากไป พอเดินส่งก็ปาดน้ำตา”

คนมีบุตรหลาน เป็นอุทาหรณ์ อยากให้ลองสังเกตบุตรหลานว่ามีอาการแบบนี้หรือเปล่า ต้องค่อยๆ ถามลูกหลานว่าเกิดอะไรขึ้น?

แม่มด : “เราถามหมดแต่เด็กไม่พูด จนทุกวันนี้ยังบอกว่ารักเชอร์อิ้วอยู่เลย เด็กไม่รู้เรื่อง จนเราบอกว่าโฟกัสบอกแม่นะ คลิปออกมาเยอะแล้ว ให้พูดนะ ไม่ต้องกลัว เขาถึงพูดว่าโดนจิกหัวบ้าง โดนทุบ เราเห็นแค่ฉากที่ผลักเข้าห้องเมื่อวานตอนเก้าโมง คลิปชี้หัวแล้วเด็กนั่งร้องไห้ยังไม่เห็นค่ะ ได้แค่คลิปเดียว และอีกคลิปดูกับคุณพ่อที่โรงเรียน เหมือนต่อว่าเด็กแรงแล้วเด็กนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนโต๊ะ แม่เห็นแค่นี้ก็รู้สึกแล้วว่าต้องเยอะกว่านี้ และมีของพ่อน้องพีพีโดนเยอะมาก”

แม่คิดว่าโรงเรียนหรือแผนกอนุบาลรู้มั้ยว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะเท่าที่ทราบ ครูชาวฟิลิปปินส์บอกว่าเห็นแล้วว่าเชอร์จุ๋มทำแบบนี้ เขาถามว่าทำได้เหรอ ครูจุ๋มบอกว่าไม่เป็นไรหรอก โรงเรียนไทยทำแบบนี้ เหมือนทั้งชั้นอนุบาลทำเหมือนกันหรือเปล่า?

แม่มด : “มองแบบนั้นเลยค่ะ เป็นปกติมาก เป็นทุกห้อง อาเซียนก็เป็น เมื่อเช้าที่ได้คลิปมาใหม่ห้องอาเซียน โดนกระแทก จิกหัวกระชากน้อง จับน้องทุ่มโดนเยอะ คิดว่าน้องน่าจะโดนช่วงประมาณต้นเดือนนี้ หนัก แต่สภ.ชัยพฤกษ์ ยังไม่สามารถกู้คลิปขึ้นมาได้ กู้ได้ 21-25”

แจ้งความแล้ว?

แม่มด : “แจ้งแล้วค่ะ เดี๋ยวรอเด็กไปตรวจร่างกายที่ปากเกร็ด 2 น้องไม่มีร่องรอย เหมือนครูอิ้วเขาน่าจะทำแบบไม่มีร่องรอย สังเกตได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดกับน้อง เกิดช่วงเช้า เที่ยง ช่วงบ่ายก็ไม่เห็นอะไรแล้วค่ะ เขากลัวผู้ปกครองเห็นหรือเปล่า”

ยืนยันว่าครูอิ้วเป็นประจำชั้น ไม่ใช่ครูพี่เลี้ยง?

แม่มด : “ค่ะ ครูอิ้ว เป็นครูประจำชั้น มีครูพี่เลี้ยงและครูต่างชาติ”

เขาเห็นแต่เฉย?

แม่มด : “ก็พูดไม่ออกเหมือนกัน”

ลูกพ่อโดนอะไร?

ปอ : “ลูกโดนผลักหัว ตอนแรกในคลิป หยิบดินสอแล้วปาลงตรงหน้าแล้วดันหัวน้อง ดึงหู เหมือนผลักหัวน้องแรงมาก”

เห็นคลิปได้ยังไง?

ปอ : “ผมไปรอวันจันทร์เช้าตั้งแต่ส่งน้องไปเรียน ผมรอคลิปตั้งแต่วันนั้น เรื่องครูจุ๋มเกิดตั้งแต่วันศุกร์ ไปรอเพื่อความสบายใจ ขอดูคลิปว่าห้องลูกเรามีมั้ย ขอดูหน่อย เขาก็ให้มา ตอนแรกก็นานกว่าจะยอม ไปขอดูตั้งแต่เช้า ได้ดูอีกทีตอนบ่ายสาม เขาบอกว่าไม่มีอำนาจอนุมัติ”

มี ผอ. มั้ย?

ปอ : “ไม่เคยเห็น ผอ. เลยครับ ไม่ทราบว่ามีหรือเปล่า แต่ผมไม่เคยเห็น”

แม่มด : “มีโผล่คลิปนึงตอนแรก คลิปของน้องรีวิว วันแรก ผอ. โผล่แว้บนึง เพราะพี่คนโตเขาเรียนอยู่ที่นั่น เขาชี้ให้ดูว่าคนไหนคือ ผอ. แต่เขาไม่เคยมาแนะนำตัว”

ลูกชายมีพฤติกรรมเปลี่ยนมั้ย?

ปอ : “มี เขาบอกไม่ไปโรงเรียนได้มั้ย ทุกวัน”

ถามมั้ยเพราะอะไร?

ปอ : “ถาม แต่เขาไม่ตอบ พอถามเรื่องโรงเรียนเขาจะชวนคุยเรื่องอื่นแต่พูดว่าไม่อยากไปโรงเรียน แต่พอไปส่งเขาถึงจุดรับนักเรียน เขาก็จะน้ำตาคลอๆ ไม่อยากเข้าเรียน ตาแดงๆ เดินเข้าไป ปาดน้ำตา เราคิดว่าลูกคิดถึงเรา ติดพ่อแม่ แต่คิดว่าเขาคงทรมานที่ไปโรงเรียนแล้วเจอแบบนี้”

เห็นคลิปแล้วเป็นยังไง ?

ปอ : “(ร้องไห้) ไม่ชอบเลย สงสารลูก (ร้องไห้)”

คุณแม่ล่ะ?

ปอ : “แม่เขารับไม่ได้ (ร้องไห้) เครียด นอนไม่หลับ เพราะตอนไปส่งลูก เหมือนเราผลักให้เขาไป บังคับให้เขาไปเจอคนแบบนี้ มันทรมาน พอนึกย้อนกลับมาว่าสิ่งที่เขาพูดทุกวันว่าไม่อยากไปทุกวันเพราะอะไร เขาไม่อยากไปเพราะเจอแบบนี้ แล้วเชื่อว่าคลิปที่ผมเห็น ก่อนหน้านี้ก็ต้องมีแน่นอน ผมดูคลิปเป็นสิบรอบแล้ว โมโหมาก ดูแล้วใจร้าย”

ดูในคลิป นี่ครูหรือยักษ์ ใจยักษ์มาก ดูแล้วใจร้าย แจ้งความหรือยัง?

ปอ : “เดี๋ยวจบจากนี้จะไปดำเนินการ เอาเรื่องให้ถึงที่สุด และจะให้ลูกลาออก และหาโรงเรียนใหม่ ออกแน่นอน ตอนแรกยังสองจิตสองใจ สงสารที่เขาต้องไปเริ่มต้นที่โรงเรียนใหม่ ไปทำอะไรใหม่ ยังคุยกับแฟนที่บ้านว่าจะเอายังไงดี จะย้ายมั้ย หรือยังไงดี สงสารลูก ในความคิดที่อยากให้อยู่คือสงสารว่าเขาต้องไปเริ่มต้นใหม่ ต้องไปที่ใหม่ แต่อยู่ก็ยังไงอยู่ ใจก็ไม่อยากอยู่ แต่ตอนนี้ไม่น่าจะอยู่แล้ว”

คุณแม่ล่ะ?

แม่มด : “ตอนนี้หาที่เรียนอยู่ค่ะ แต่คนโตก็ยังเรียนที่นี่ ที่หวังไว้มีพี่มาคอยช่วยดูน้อง ที่มองไว้คือใกล้ๆ พระหฤทัยนนทบุรี แต่เขารับแค่ ม.3 ไม่มี ม.4 ก็กังวลอยู่”

คุณแม่ดา เป็นแม่น้องแดเนียล โดนอะไรบ้าง?

ดา : “น้องโดนตั้งแต่เนิร์สเซอรีก่อนที่จะเข้าอนุบาล โดนที่โรงเรียนนี้เลย น้องโดนจิกที่แขน และที่หนักสุดคืออกที่โดน แม่ถ่ายรูปแล้วถามเชอร์ว่าน้องโดนอะไร เชอร์บอกว่าแล้วน้องบอกว่าน้องโดนอะไร แม่ก็บอกว่าน้องไม่ได้พูดอะไรกับแม่ แม่อยากรู้จากเชอร์ว่าน้องโดนอะไรมา เพราะน้องบอกว่าเจ็บ แกะกระดุมให้น้องเบาๆ น้องเจ็บ เสื้อติดเลือดน้อง พอถามว่าโดนอะไร น้องไม่กล้าพูด พอถามเชอร์ เชอร์ก็โทรมาถามทันทีว่าน้องบอกว่ายังไง แล้วบอกว่าขอโทษที่ดูแลไม่ทั่วถึง เด็กตีกัน แต่แม่ไม่ปักใจเชื่อ ถ้าแม่รู้ว่าในห้องมีกล้องแม่คงขอดูตั้งแต่ตอนนั้น วันที่ 3 เดือน 3 ที่ถามเชอร์ ก่อนเข้าอนุบาล”

พอเข้าอนุบาลก็โดนอีก?

ดา : “แล้วก็เช็ดน้ำมูกแบบหายเงิบ เป็นเชอร์อิ้วค่ะ เป็นครูคนเดียวกันหมดเลย อยากให้สังคมรู้ว่าโรงเรียนกระทำกับลูกเราแบบนี้ เรารับไม่ได้จริงๆ”

ยังสอนอยู่มั้ย?

ปอ : “ลาออกไปแล้วครับ น่าจะเพิ่งออกเมื่อวานเย็น”

เพราะเจอคลิปนี้หรือเปล่า?

ปอ : “เพราะตอนที่ผมเห็นคลิปน้อง ผมกลับบ้านสายตรงหาเขาเลย ผมโมโห ถามว่าทำไมทำกับน้องแบบนี้ เขาบอกว่าในคลิปมันอาจดูรุนแรง แต่จริงๆ ไม่ได้รุนแรง ผมก็ถามเขาว่าคุณไม่ได้รักเด็กเลย คุณเมตตาเด็กมั้ย ทำไมถึงต้องทำ เขาแค่ 3 ขวบเอง ผิดอะไรนักหนา เขาก็ขอโทษ ผมก็ว่าเขา เขาก็เงียบ แล้วผมก็วางไป ตอนเช้าเขาก็ออกจากไลน์กลุ่มจากห้องซี และคิดว่าเขาน่าจะลาออก 

เอาแดเนียลออกมั้ย?

ดา : “แน่นอน 100% ค่ะ พ่อน้องอยู่อังกฤษก็ไม่ยอมเหมือนกัน บอกว่าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ให้ทวงความมยุติธรรมให้น้องกับแม่ เดี๋ยวจะไปแจ้งความพร้อมคุณพ่อค่ะ”

คุณเพทาย สมจันทร์ อยู่ในเหตุการณ์แถลงข่าว?

เพทาย : “ผู้ปกครองไม่พอใจคำตอบของโรงเรียน จนรมช.ศธ. ได้ตำหนิผู้บริหารโรงเรียนที่ไม่เตรียมเอกสาร และมาตอบผู้ปกครองด้วยปากเปล่า เลยสั่งการให้เข้าแจ้งความดำเนินคดี รวมกับครู รวมถึงผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์ และพรุ่งนี้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ตอนนี้อยู่กับพ่อน้องเทมส์ ที่ถูกทำร้ายร่างกาย คุณพ่อพึงพอใจคำตอบโรงเรียนแค่ไหน”

มินทร์ : “ตอนนี้ไม่มีคำตอบอะไรให้กับพวกเราเลยที่ยื่นข้อเรียกร้องไป มีแค่มาตอบโย้ไปโย้มาอย่างที่เห็น ไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาให้เราเลย จนรัฐมนตรีช่วยเข้ามาถึงจะเริ่มมีวี่แวว เริ่มมีความหวังขึ้นมาว่าจะได้คำตอบวันนี้  เราต้องการคำตอบที่เราเรียกร้องไปเมื่อวันศุกร์ วันนี้บอกว่าจะให้คำตอบ แต่มาเป็นชม.แล้ว ยังไม่มีคำตอบอะไรออกมาว่าได้หรือไม่ได้ หรือจะทำอะไรให้บ้าง ไม่มีอะไรเลย ต้องรอดู”

ตอนนี้สรุปทางรัฐมนตรีช่วย จะแจ้งความโรงเรียนและผู้บริหารทุกคน?

เพทาย : “ใช่ครับ โทษฐานปล่อยให้ผู้ไม่มีใบประกอบวิชาชีพมาดูแลเด็กนักเรียน”

มีการปะทะกัน ทะเลาะกันระหว่างผู้บริหารกับผู้ปกครอง?

เพทาย : “ใช่ครับ มีการโต้เถียงกัน เพราะผู้ปกครองไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน ช่วงเช้าที่ผ่านมา โรงเรียนจะให้ผู้ปกครองประชุมในห้อง และกันสื่อมวลชนออกไป แต่ผู้ปกครองไม่ยินยอม เพราะมองว่าไม่บริสุทธ์ใจ ต้องให้สื่อรับฟังและนำเสนอข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย”

มีโอกาสถึงขั้นปิดแผนกอนุบาลทิ้งเลยมั้ย?

เพทาย : “ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามีโอกาสจะปิด แต่ให้เวลาในการปรับปรุงแก้ไขภายใน 15-30 วัน ถ้าดำเนินการตามกำหนดไม่ได้อาจมีโอกาสปิดแผนก แต่ตอนนี้ยังอยู่ในข้อถกเถียงเพราะโรงเรียนไม่มีอะไรมายืนยันว่าครูมีใบประกอบวิชาชีพถูกต้องหรือไม่ที่ปล่อยให้มาสอนเด็กนักเรียน”

การขยายเวลาให้ ไม่ใช่การประวิงเวลาเป็นมวยล้มต้มคนดู?

เพทาย : “ไม่ครับ เป็นไปตามกรอบระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าจะให้เวลาปรับปรุงแก้ไขเท่าไหร่ ส่วนกล้องวงจรปิด ตร.ยืนยันว่าจะให้พิสูจน์หลักฐานมากู้ข้อมูลทั้งหมดว่าเด็กถูกกระทำวันไหนบ้าง”

พ่อน้องเทมส์ น้องถูกยาดมป้ายตา?

มินทร์ : “โดนทุกอย่าง โดนเยอะสุด”

รมช. ท่านบอกว่าเรื่องนี้ขอกรอบเวลานิดนึง พรุ่งเดี๋ยวแจ้งความ ผู้บริหารโรงเรียน แจ้งครู แต่ผู้ปกครองต้องแยกไปแจ้งด้วยนะ โอเคขึ้นมั้ย?

ปอ : “ดีที่หน่วยงานราชการมาดูแล แต่ขอให้ทำจริง”

รศ.นพ.สุริยเดว : “ก็รู้สึกเสียใจในฐานะเป็นหมอเด็กและดูแลเด็กทั้งหมด จริงๆ เรามีพระราชบัญญัติเด็กปฐมวัยแห่งชาติฉบับแรกแล้วด้วย ขณะเดียวกันมีมาตรฐานการพัฒนาเด็กปฐมวัยผ่าน ครม. (คณะรัฐมนตรี) เรียบร้อย ก็แปลกใจมากว่าทำไมโรงเรียนขนาดนี้มีปรากฎการณ์แบบนี้ได้ แทบจะบอกได้เลยว่าก่อนที่ฝากไปสู่รัฐมนตรี และคณะกรรมการศึกษาภาคเอกชน

ถ้าเป็นไปได้ ดูแค่ 3-4 เรื่อง ผมเข้าใจว่าระบบน่าจะล้มเหลว ตั้งแต่ประเด็นแรก ระบบการรับครู กระบวนการรับครูเข้ามา ประเทศที่พัฒนาแล้ว ยิ่งเด็กเล็กเท่าไหร่ เขายิ่งคัดครูที่มีศักยภาพ และมีจิตวิทยาสูงมาก

เด็กเล็กๆ 2-5 ขวบ มีการบูรณาการสัมผัส เซลล์สมองกำลังแตกตัว ที่เราเรียกว่ารากประสาททั้งหมด การจัดการสมองเองจะซึมซับเร็วมาก และภาพจำมีตลอด แทบจะเรียกว่าถ้าเป็นภาพรุนแรงจะจำได้ตลอดชีวิต เอาเด็กว่าโตมาเล่าอีกทีก็สามารถจำได้ อย่างน้อยที่สุดตั้งแต่ 2 ปีอัปเป็นภาพที่มีความหมายมาก ต่างประเทศหรือบ้านเรา แม้แต่เด็กปฐมวัย เราใช้คำว่าดูแลส่งเสริมพัฒนาและปกป้องดูแลคุ้มครองเรื่องนี้เราใช้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กทุกสังกัดในโรงเรียนประเทศไทย ต้องใช้มาตรฐานนี้่เช่นเดียวกัน”

แผนกอนุบาลทั้งหมด เหมือนใช้วิธีเดียวกัน?

รศ.นพ.สุริยเดว : “Mind Set (มายด์ เซต) เสียทั้งระบบ เลิกใช้คำว่าลงโทษ ฝากถึงทั้งประเทศด้วยว่าเด็กอนุบาลเขา 3 ขวบ คุณจะอะไรนักหนา นี่คือระบบที่ถือว่าล้มเหลว

สอง ระบบการเรียนการสอน ดูจากในห้อง กระบวนการจัดการเรียนการสอนไม่ใช่วิธีนี้เลย ผิดหลักการของเด็กปฐมวัยอยู่แล้ว เขาใช้กระบวนการเรียนผ่านการเล่นหมอเข้าใจว่าระบบการเรียนการสอนต้องทำใหม่ แสดงว่าครูยังคาดหวังผิด ยิ่งคาดหวังด้วยการคัดลายมือ แล้วยัดโดยเวลา อารมณ์คุมไม่ได้ น็อตหลุด อันนี้แสดงว่าระบบการเรียนการสอนเฟล

สาม การบริหารจัดการ การมีกล้องซีซีทีวี ไม่ได้เป็นหลักประกัน ที่เราให้นโยบายแบบนั้น ถ้าดูจากระบบการ คัดกรองเด็ก ดูแลช่วยเหลือเด็ก การเรียนการสอน การรับครูเข้ามาเฟลทั้งระบบ เพราะไม่ได้เกิดแค่ห้องเดียว แต่เกิดขึ้นหลายห้อง ข้อเสนอของหมอ ที่อยู่ในคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องประเมินคุณภาพภายนอกระบบการศึกษา

เราเสนอว่า คช. ต้องทบทวนและเสนอให้ปิดแผนกอนุบาลโรงเรียนแห่งนี้ชั่วคราวก่อน เหตุผลคือหยุดมาตั้งสติ ตอนนี้เกิดประเด็นไม่ดีแล้ว หนึ่งระบบทารุณกรรมเด็ก สองตัวบุคคลไปทารุณกรรมเด็ก ต้องหยุดความเสียหายนี้ก่อน หยุดแล้วต้องเสนอแผนฟื้นฟู ระบบครูเป็นยังไง ระบบการเรียนการสอนเป็นอย่างไร

ฝากไปทางรัฐมนตรี ถึงเวลาแล้ว เราใช้ระบบในการดูแล รู้จักเด็กเป็นรายบุคคล จะแยกเด็ก 3 แบบ เด็กกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงและมีปัญหา วันนี้หมอขอให้รู้จักครูเป็นรายบุคคล เสียงของเด็กจะเป็นตัวบอกได้เลย เรามีครูดีๆ เยอะในประเทศ ครูคนไหนนั่งในหัวใจของเขา ครูเหล่านี้ควรค่าแก่การยกย่องชื่นชม ครูเสี่ยงต้องมีแผนพัฒนา ครูมีปัญหาต้องออกจากระบบไปเลย”

คนเหล่านี้ต้องผ่านการทดสอบสภาวะทางจิตมั้ย อย่างอ้างว่าแม่ป่วย ต้องต่อสู้ชีวิต ชีวิตดูล้มเหลวแต่แรก แล้วจะดูแลเด็กได้ยังไง?

รศ.นพ.สุริยเดว : “ระบบมันล้มเหลวไง”

พอครูทำรุนแรงเสร็จแล้ว ครูไปกระซิบเด็กบอกว่ารักนะถึงทำ เหมือนฝังหัวเด็กว่าทำเพราะรัก?

รศ.นพ.สุริยเดว : “หมอใช้คำว่าโชคดีที่พ่อแม่รักลูก บ่นถูกทาง วันนี้ลองนึกสภาพ ถ้าเราฝังชิปในลักษณะแบบนี้ ใช้ควารุนแรงเป็นภาวะปกติมันจะเกิดเด็ก 4 สายพันธุ์ แรงมาแรงไป

สองหวาดผวา และรู้สึกไม่ไว้วางใจ เติบโตไปก็จะเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย เราไม่ต้องการให้ลูกหลานเติบโตมองโลกในแง่ร้าย ไม่ต้องการให้ลูกหลานซับความรุนแรงและใช้ความรุนแรงกับคนอื่น สายพันธุ์ที่สี่ที่ไม่อยากให้เห็นเลยคือลดความเมตตาลง นี่เป็นการปรับมายเซ็ตที่ผิดทั้งระบบ นี่คือเหตุผลที่หมอจะออกตัวลักษณะนี้ว่าจำเป็นต้องหยุดและให้ปรับทัพใหม่”

ครูที่ยืนดูอยู่ด้วย พวกเขามีสภาวะทางจิตบกพร่องมั้ย?

รศ.นพ.สุริยเดว : “ขอให้ออกจากระบบทั้งหมดเป็นแบล็กลิสต์ เพราะนี่คือมายด์เซตที่มีปัญหา ที่เหลือคุณจะไปทดสอบก็ว่ากันไป แต่นี่ไม่ใช่อาชีพที่ดูแลโดยเฉพาะเด็กเล็ก”

คนกลุ่มนี้ ไม่ควรเป็นครู จบ?

รศ.นพ.สุริยเดว : “ถ้าโรงเรียนพิสูจน์ไม่ได้ถึงความรัก อบอุ่น และปลอดภัย ก็ไม่ควรเรียกว่าเป็นโรงเรียน”

Instagram