แมนยู-ลิเวอร์พูล โดนถล่มพร้อมกันเป็นประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก

แมนยู-ลิเวอร์พูล โดนถล่มพร้อมกันเป็นประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก

การแข่งขัน พรีเมียร์ลีก ในวันที่ 4 ตุลาคม 2020 จะถูกจดจำว่าเป็นหนึ่งในวันแห่งหน้าในประวัติศาสตร์ของลีกสูงสุดอังกฤษ

แฟนบอลต่างคิดว่า คงไม่มีแมตช์ไหนในตารางบอลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่จะสร้างความตื่นตะลึงได้ไปมากกว่าเกมที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ บุกไปไล่ต้อน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยผลบอล 6-1 ถึง โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกแล้ว.. แต่ผิดถนัด

เมื่อแชมป์เก่าอย่าง ลิเวอร์พูล ต้องพบกับความปราชัยนัดแรกของฤดูกาลด้วยสกอร์สุดช็อก 2-7 จากน้ำมือของ แอสตัน วิลล่า ทีมที่รอดพ้นการตกชั้นเมื่อซีซั่นก่อนมาได้เพียง 1 แต้ม

นี่ถือเป็นการพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในอาชีพการคุมทีมนับตั้งแต่พา ลิเวอร์พูล แพ้ให้ แมนซิตี้ 0-5 เมื่อปี 2017 และสมัยที่ กุนซือชาวเยอรมัน คุมทัพ ไมนซ์ 05 แพ้ให้กับ แวร์เดอร์ เบรเมน 1-6 เมื่อปี 2006

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ทีมแชมป์เก่าเสียไปถึง 7 ประตู ในการแข่งขันเกมลีกฤดูกาลถัดมา นับตั้งแต่เกมที่ อาร์เซนอล เล่นกับ ซันเดอร์แลนด์ เมื่อปี 1953 แค่นั้นยังไม่พอ นี่ยังเป็นการปราชัยที่ย่อยยับที่สุดของทีม หงส์แดง นับตั้งแต่แพ้ให้ สปอร์ส 2-7 เมื่อปี 1963

ขณะที่ความพ่ายแพ้ของ แมนยู ต่อ สเปอร์ส ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าจดจำของสโมสร โดยเป็นการปราชัยที่หมดสภาพที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ของทัพ ปีศาจแดง นับตั้งแต่พวกเขาโดนคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนซิตี้ ถลุงยับคาบ้าน 1-6 เมื่อปี 2011 และเป็นครั้งแรกที่ แมนยู เสียประตูในครึ่งแรกมากถึง 4 ลูก ในการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก

และนอกจาก แมนยู กับ ลิเวอร์พูล แล้ว ในเกมวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยังมีดราม่าของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งโชว์ฟอร์มถล่ม แมนซิตี้ เละเทะ แต่เกมล่าสุดกลับถูก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด บุกไปไล่ถล่มถึงถิ่น 0-3 ส่วนคู่อื่น ๆ อาร์เซนอล เฉือน เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1, เซาธ์แฮมป์ตัน ชนะ เวสต์บรอมวิช 2-0 และ วูล์ฟแฮมป์ตัน กำชัยเหนือ ฟูแล่ม 1-0

ซึ่งทั้งหมด 6 คู่มีการยิงประตูรวมกันถึง 25 ลูก และสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้การแข่งขันเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2020 กลายเป็นหนึ่งในวันแห่งหน้าในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ไปเรียบร้อยแล้ว

Instagram