เวทีปัญหาการจัดการขยะนิคมฯ ป่าไร่และที่ดินชายแดน จ.สระแก้ว

สระแก้ว – เปิดเวทีปัญหาการจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมฯ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ หลังชาวบ้านคัดค้านการเปลี่ยนนิคมสีเขียวเป็นนิคมโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ และปัญหาการจัดการที่ดินพื้นที่แนวชายแดน จ.สระแก้ว

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าไร่ ม.2 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีการจัดเวทีเสวนาวิชาการประเด็น “ปัญหาการจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมและผลกระทบต่อชุมชน โดยมีคณะทำงานชุมชนป่าไร่ นำโดย นายสมพร ก่อเกิด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ป่าไร่ เป็นแกนนำ ร่วมกับ น.ส.สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ จัดเวทีให้ความรู้ปัญหาการจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมฯ ดำเนินการโดย นายสมิทธิ์ เย็นสบาย ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการฯ ภาคประชาชน ด้านสิ่งแวดล้อม โดยระบุว่า ขยะหรือกากอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะจัดการอย่างไรก็มีผลทางลบกับชุมชน มีผลกระทบอย่างแน่นอนต่อระบบนิเวศน์ไม่มากก็น้อย รวมทั้งมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน แม้ว่าจะนำขยะแห้งในรูปแบบ RDF หรือขยะรีไซเคิลมาเป็นเชื้อเพลิง ก็ยังมีผลต่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน เพียงแค่ลดปริมาณความรุนแรงลงมาตามลำดับ ส่วนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะฯ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้ทำ EIA นั้น จำเป็นต้องมีการจัดเวทีรับฟังความข้อคิดเห็นและลงประชามติให้จัดสร้าง ขึ้นอยู่กับชุมชนจะลงประชามติสนับสนุนให้สร้างหรือไม่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการจัดเวทีฯ ดังกล่าว พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.คลองลึก พ.ต.ท.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา รอง.ผกก.ป.สภ.คลองลึก พ.ต.ท.ณัฐพล ชนะศุภกาญจน์ สวป.สภ.คลองลึก ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.เทิดเกียรติ อินเทพ รอง.สว.(ป).สภ.คลองลึก ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์.กุศลานนท์สกุล รอง.สว.(ป)สภ.คลองลึก ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจป่าไร่ สภ.คลองลึก,ฝ่ายสืบสวน จราจร ร่วมกับ ชุดปฏิบัติที่ 1 ร.ต.อ.ชัยพิสิษฐ์ เชาว์พูนสุข หน.ชุด ร.ต.ท.รังสรรค์ ปานเกิด ด.ต.ชาตรี เป็งสลี และ ส.ต.ท.ทวีศักดิ์ สุนทราวงค์ เข้าดูแลความสงบเรียบร้อยเวทีเสวนาทางวิชาการฯ ที่บริเวณศาลาการเปรียญวัดป่าไร่ หมู่ 2 ตำบลป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งมีประชาชนและชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการปรับเปลี่ยนนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว เป็นโรงไฟฟ้าขยะครบวงจร เข้าร่วมเวที จำนวนกว่า 400 คน โดยมีตัวแทนนายอำเภออรัญประเทศ มาเป็นประธานพิธีเปิดการเสวนาทางวิชาการฯในครั้งนี้ด้วย

โดย นายธิวัชร์ ดำเนินแก้ว นักวิชาการคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎรและคณะฯ ได้ลงพื้นที่มาให้ข้อมูลกรณีปัญหาที่ดินในพื้นที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ และที่ดินบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมทั้งมารับหนังสือร้องเรียนจากประชาชน ต.ป่าไร่ ที่ประสบปัญหาการใช้ที่ดิน เพื่อนำส่งไปยังคณะกรรมาธิการฯชุดใหญ่ ของรัฐสภา เพื่อพิจารณาช่วยเหลือด้วย โดยหลังคณะกรรมการชุดใหญ่รับเรื่องแล้ว จะรีบลงพื้นที่มาสำรวจพื้นที่และบรรจุเรื่องในวาระปี 2564 ต่อไป

สำหรับปัญหาที่ดินในพื้นที่ตำบลป่าไร่ ปัจจุบันมีแนวเขตรัฐและเขตประชาชนทับซ้อนกันจำนวนมาก หลายพื้นที่ไม่ชัดเจน มีหลายมิติที่เปลี่ยนไปตามนโยบายของรัฐ ทำให้การปฏิบัติเปลี่ยนแปลงไป ไม่ชัดเจน จนผู้ครอบครองที่ดินไม่ทราบว่า ตัวเองยืนอยู่ในจุดใดในนโยบายของรัฐฯ ส่วนที่ดินที่ทางกองทัพบกเช่าใช้ประโยชน์ 30 ปี ปัจจุบันหมดวาระแล้ว แต่ทางกองทัพบกอยู่ระหว่างดำเนินการขอเช่าต่ออีกวาระหนึ่ง ขณะที่มีการจัดสรรให้เทศบาล หรือ อบต.ในพื้นที่นั้น ๆ เป็นผู้ดำเนินการทำประชามติรับฟังเสียงจากประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ แทน ถ้าเสียงประชาชนไม่สนับสนุนให้ ก็ถือว่าวาระเช่านั้นตกไปโดยปริยาย ส่วนพื้นที่ที่ดินทับซ้อนของรัฐกับประชาชนนั้น รัฐบาลมีนโยบายให้ประชาชนมีเอกสารทำกิน คือแบบ(คทช.) ประชาชนใช้พื้นที่ทำกินได้คราวละ 20 ปี ไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครองห้ามซื้อขายหรือจำหน่าย ทำกินได้อย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม สำหรับการจัดเสวนาทางวิชาการฯ ดังกล่าว ยุติลงเมื่อเวลา 12.39 น.โดยคณะทำงานชุมชนป่าไร่ นำโดย นายสมพร ก่อเกิด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ป่าไร่ และชาวบ้าน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกรณีปัญหาความขัดแย้งและปัญหาการปรับเปลี่ยนนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว จากนิคมสีเขียว ให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะทั้งระบบ จำนวน 5 โรงงาน ซึ่งชาวบ้านไม่เห็นด้วย ต่อคณะธรรมาภิบาลจังหวัดสระแก้ว ซึ่งการนิคมอุตสาหกรรมสระแก้วได้เลื่อนการจัดทำเวทีแสดงความคิดเห็นและประชามติ การทำ EIA ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยออกไปในเดือน ก.พ.64 นี้ด้วย

ภาพโดย/อัมรินทร์ ยี่เฮง, สภ.คลองลึก

Instagram