อัยการแฉคดี “ขนิษฐา หอยทอง” โกงงบฯ 40 ล้าน สำนวนพิรุธ ตัดตอนบิ๊ก ขรก.

อัยการแฉ สำนวนคดีลูกจ้างสาว สนง.จังหวัดประจวบฯ “ขนิษฐา หอยทอง” โกงงบประมาณ 40 ล้าน มีพิรุธ การสอบสวนไม่รัดกุม มีความพยายามตัดตอน ให้มีผู้รับผิดเพียง 3 คน ปล่อยบิ๊กข้าราชการลอยนวล ทั้งที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง กลับไม่ถูกแจ้งข้อหา

จากกรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม หลังจากนำเงินงบประมาณของทางราชการกว่า 40 ล้านบาท โอนผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS เข้าบัญชีส่วนตัว โดยพบการกระทำความผิด 165 ครั้ง ต่อมาพนักงานอัยการคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม มีคำสั่งปล่อยตัว น.ส.ขนิษฐา หอยทอง พ้นการคุมขังที่เรือนจำกลาง จ.สมุทรสงคราม เนื่องจากครบกำหนดฝากขังครั้งละ 12 วัน จำนวน 7 ผัด รวม 84 วัน

ความคืบหน้า วันที่ 25 กันยายน พ.ต.อ.เจริญ ชลประเสริฐ หัวหน้าพนักงานสอบสวนตำรวจภูธร จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท. อัครวัฒน์ ไชยขวัญ รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมือง ประจวบคีรีขันธ์ มีคำสั่งเชิญตัวนางประชิต วงศ์ประภารัตน์ นักวิชาการการเงินและบัญชี ชำนาญการ สำนักงานจังหวัด ผู้ต้องหามาสอบปากคำ ตามที่พนักงานอัยการคดีทุจริตฯ สั่งให้สอบปากคำเพิ่มเติม ภายหลังถูกแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยนางประชิตได้มอบอำนาจให้ทนายความ เลื่อนการให้ปากคำ


จากนั้นได้เรียกตัวสามีนอกสมรสของ น.ส.ขนิษฐา ซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวในสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาให้ปากคำ เนื่องจากพบว่ามีการโอนเงินจากการทุจริตเข้าบัญชีสามี โดยพนักงานอัยการคดีทุจริตฯได้ทำการทักท้วง หลังจากพบว่าสำนวนการสอบสวนไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และสั่งให้สอบพยานเพิ่มอีกหลายรายรวม ทั้งสอบปากคำนายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรง

มีรายงานว่า ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เข้าสังเกตการณ์ในระหว่างการทำคดี เนื่องจากทราบว่า ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้เชิญนางประชิต ผู้ต้องหาคนสำคัญ มาสอบปากคำเพียงครั้งเดียว ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที และปล่อยตัวกลับไป ขณะที่การสอบสวนสามีนอกสมรสก็ยังได้ทำหน้าที่ตามปกติ ทำให้ พ.ต.อ.เจริญ แสดงอาการหงุดหงิดขับไล่สื่อมวลชนออกจากห้องสอบสวน โดยระบุว่า การนำเสนอข่าวทำให้เกิดความวุ่นวายในคดี

ขณะเดียวกัน ทางพนักงานอัยการ ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้มีการปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ 1 น.ส.ขนิษฐา ชั่วคราว ก่อนสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 แม้ว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่สาเหตุเกิดจากพนักงานสอบสวน ทำสำนวนไม่รัดกุม และตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการตัดตอนเพื่อให้มีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเหลือเพียง 3 ราย โดยไม่เชื่อมโยงปัญหาการทุจริตที่มีวงเงินจำนวนมากเพื่อให้ข้าราชการระดับสูงไม่ต้องรับผิด

“โดยเฉพาะหัวหน้าสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่มีอำนาจในการกำกับดูแลระบบการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมดและไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวให้มีความผิดในคดีอาญา ไม่สอบปากคำผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้ง ไม่นำผลสรุปการสอบข้อเท็จจริงในระดับจังหวัดรวมในสำนวน และที่ผ่านมามีความพยายามวิ่งเต้นจากเจ้าหน้าที่บางฝ่าย เพื่อขอให้พนักงานอัยการเร่งสรุปสำนวนส่งฟ้อง แต่เมื่อพิเคราะห์ตามพยานหลักฐานแล้ว การสำนวนยังหละหลวม หากนำไปพิจารณาคดีในระบบไต่สวนจะมีปัญหา”

Instagram