สั่งเข้มแนวชายแดนฯ หลังเหตุกองทัพมดขนใบกระท่อม ยิงปะทะตำรวจสนามมาเลเซีย

สงขลา – สะเดา แม่ทัพภาคที่ 4 เผยไทยพร้อมที่จะร่วมมือในการเสริมสร้างความมั่นคง เพิ่มความเข้มบริเวณชายแดนไทย – มาเลเซีย หลังเหตุตำรวจสนาม (PGA) ถูกยิงเสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการปะทะกับกลุ่มกองทัพมดลักลอบขนใบกระท่อม บริเวณใกล้ชายแดนบ้านตะโล๊ะ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว หลังจากลงพื้นที่ชายแดนไทย – มาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา บริเวณ ม.8 บ.ตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา  เพื่อฟังบรรยายสรุปเหตุการณ์ กองทัพมดลักลอบขนใบกระท่อม ยิงปะทะกับตำรวจสนามมาเลเซีย ( PGA ) รวมถึงตรวจดูพื้นที่และช่องทางที่กลุ่มกองทัพมด หรือขบวนการลักลอบขนใบกระท่อม ใช้เข้า – ออก 

แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 บอกว่าขอแสดงความเสียใจต่อเจ้าหน้าที่ของมาเลเซียที่เสียชีวิต และที่ได้รับบาดเจ็บ สำหรับเหตุการณ์เท่าที่ทราบก็คือมีคนไทยร่วมกับคนมาเลเซียในการลักลอบขนใบกระท่อมเข้ามา ซึ่งคนไทยมีจำนวน 13 คน ซึ่งเราได้ประสานงานกับทางประเทศมาเลเซีย เพื่อติดตามจับกุมคนที่หลบหนี ซึ่งในขณะนี้ทราบว่าทางมาเลเซียจับกุมได้ 3 ราย  และจับกุมทั้งคนไทย และมาเลเซีย ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมทั้งหมด 18 คน ในส่วนของเราบาดเจ็บ 3 ราย พิสูจน์ทราบแล้ว 7- 8 ราย ที่เหลือกำลังติดตามตัว

สำหรับการประสานงานหรือความร่วมมือกับมาเลเซียในการช่วยเหลือ ดูแล คนไทยที่ถูกจับกุม ก็เป็นช่องทางที่ต้องดำเนินการทางการฑูต ทางกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งต้องมีการประสานข้อมูลกันเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือข้อตกลงระหว่างประเทศ และการที่จะประสานนำตัวผู้ที่ก่อเหตุเพื่อไปลงโทษในมาเลเซียหรือไม่นั้น ต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งคิดว่าต้องดำเนินการในลักษณะนั้นอยู่แล้ว

ในส่วนของผมซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย – มาเลเซีย  ( RBC ) ได้ประสานกับประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค มาเลเซีย เพื่อพูดคุยถึงการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปอีก โดยการแชร์ข้อมูล ช่องทางต่างๆ ที่ล่อแหลมต่อ การกระทำผิดกฎหมาย ให้กันและกันอาจจะมีการลาดตระเวนร่วมกัน ซึ่งปกติกองกำลังทั้งสองฝ่ายก็มีกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลพูดคุยกัน แต่ในช่วงโควิด-19 การติดต่อต่างๆ อาจไม่มีความสะดวก ซึ่งเราจะใช้การติดต่อประสานทางโซเชี่ยล

สำหรับการเพิ่มความเข้มในการดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดน ที่อาจมีการลักลอบกระทำความผิดกฎหมายก็ทำอย่างต่อเนื่อง แต่บางครั้งช่องว่างช่องโหว่โอกาสที่จะเกิดขึ้นก็อาจมีอยู่ ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากผู้นำในท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยเป็นหูเป็นตาหรือช่วยดูแลลูกบ้านของตัวเอง ในการดำเนินการหรือสิ่งที่ผิดกฎหมาย เพราะหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วนอกจากจะผิดกฎหมาย ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 บอก

Instagram