“รัศมีแข” เปิดใจแบบเต็มๆ เหตุถูกไฮโซใช้แก้วเขวี้ยงใส่หน้าจนเลือดกำเดาไหล

รัศมีแข เปิดใจแบบหมดเปลือกหลังถูก ไฮโซแชมป์ ใช้แก้วฟาดหน้ากลางผับที่พัทยา กระทั่งเจ้าตัวได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองพัทยา โดยระบุว่าอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง

จากเหตุการณ์ที่นักแสดงคนดัง รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ถูกไฮโซคนดังใช้แก้วฟาดหน้าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผับแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จากนั้นได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองพัทยา โดยระบุว่าอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ต่อมา ทาง ไฮโซแชมป์ ได้โพสต์ขอโทษ รัศมีแข ผ่านทางไอจีพร้อมกับแสดงความจริงใจด้วยการยอมรับผิดทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว 

ล่าสุด วันนี้ (9 ก.ย.) รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมด้วยเพื่อนสนิทอย่าง ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ และ เจน ไพศิษฐ์ ทนายความ โดยได้เปิดว่ารายละเอียดต่างๆ ว่า

เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้น ?

รัศมีแข – “วันนั้นแขไปเที่ยวกับเพื่อนที่พัทยาครับ พอกลางคืนเราก็ออกไปเที่ยวปกติ จนกระทั่งแขไปเจอน้องคนหนึ่งที่รู้จักกันและเราเคยทำงานด้วยกัน ก็ได้เข้าไปทักทาย พูดคุย และหลังจากพูดคุยกับน้องสักพักก็มีของแข็งกระแทกเข้ามาที่หน้า แล้วเลือดกำเดาก็ไหลออกมา”

ตอนนั้นเราคิดว่ามันคืออะไร ?

รัศมีแข – “แขคิดว่าเป็นขวด เพราะมันเป็นของแข็งมาก แต่จากที่เราได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว มันคือแก้ว พอรู้ว่าเป็นแก้วแขก็ตกใจมากขึ้น เพราะว่าถ้ามันแตกใส่หน้าแขแล้วตาบอด คือแขกลัวมากกว่าขวดด้วยซ้ำครับ”

รู้สึกยังไงที่อยู่ๆ มันก็เกิดขึ้น ?

รัศมีแข – “ตกใจก่อนครับ คือไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะเลือดอุ่นๆ ไหลออกจากจมูกครับ เราก็เช็ดจมูกและได้มีการดูว่าใครเป็นคนทำเรา ก็พยายามจะเดินเข้าไปหาคนที่เขาเอาแก้วมาเขวี้ยงแข โดยที่แขก็พยายามจะเอามือถือถ่ายให้ได้ เพราะเรารู้สึกว่าเราถูกกระทำ แต่ก็ถูกห้ามไม่ให้เอามือถือบันทึกภาพ แล้วแขก็พยายามจะเข้าไปหาตัวเขา แต่ก็ถูกการ์ดห้ามไว้ครับ”

พอเกิดเหตุการณ์แล้วเราเคลียร์กับเขาทันทีหรือเขาเดินเข้ามาหาเอง ?

รัศมีแข – “แขก็เดินออกไปหน้าร้านครับ และบอกเลยว่าแขโดนทำร้ายร่างกายนะ แขขอเคลียร์ ณ ตรงนี้ก่อน เพราะว่าน้องที่ไปด้วยคือแขรู้จัก แขพยายามทำทุกอย่าง คือทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองเย็นลง สามารถให้ตัวเองเดินออกมาจากสถานที่ตรงนั้นและรู้สึกเซฟตัวเองที่สุด แขก็พยายามเคลียร์ไปก่อน”

ต้นหอม – “คือพอเกิดเหตุการณ์แล้วแขก็พยายามไม่ให้มันรุนแรงมาก เพราะรู้จักกับน้องดาราผู้หญิง เลยพยายามตามหาคนที่ทำเขา และพยายามเคลียร์ ระหว่างที่เคลียร์ก็รู้สึกว่าต้องเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ตรงนี้”

เขามาเคลียร์กับเราไหม ?

รัศมีแข – “แขก็ยืนรออยู่หน้าร้าน เขาก็เดินออกมา และเราก็ได้มีการพูดคุยตรงข้างร้านครับ ตอนนั้นก็บอกไปว่าเราโอเค ไม่เป็นไร เขาก็ขอโทษแข แขก็ปกติ ก็กอดน้องน้ำหวาน กอดน้องผู้หญิง พอโอเคกันเสร็จแขก็ขอตัวไปโรงพยาบาลครับ”

เคลียร์กับน้องผู้หญิงหรือฝั่งผู้ชาย ?

รัศมีแข – “ทั้งสองคนเลยครับ”

ผู้ชายเขาพูดอะไรกับเราบ้างว่าจะรับผิดชอบเรายังไง ?

รัศมีแข – “เขาขอโทษก่อน เขาบอกผมขอโทษ แขก็พยายามเคลียร์ตรงนั้นให้เร็วที่สุด เพราะน้องผู้หญิงเราก็รู้จัก และต้องการทำยังไงก็ได้ที่จะเอาตัวเองออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด”

เราได้ถามเขาไหมว่าเขาเอาแก้วปาเราทำไม ?

รัศมีแข – “ถามครับ น้องผู้หญิงก็บอกแขว่าแฟนเขาเป็นคนขี้หึง”

เขาใช้คำว่าแฟนเลยเหรอ ?

ต้นหอม – “ไม่ต้องโฟกัสตรงนั้น เอาเรื่องตรงนี้ นั่นมันเรื่องของเขา (หัวเราะ)”

เราได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง ?

รัศมีแข – “ตอนแรกแขจะไม่ไปด้วยซ้ำเพราะว่ากลัวมาก แต่น้องที่ไปด้วยเขาบอกว่าไปเถอะพี่ ไปดูก่อนเผื่อจมูกหัก แขก็นั่งรถไปที่โรงพยาบาล พอไปถึงหมอก็ทำการตรวจ ก็พบว่าจมูกไม่หัก และทางร้านก็ส่งน้องเลขามา น้องก็ไปชำระค่าใช้จ่ายให้ก่อน”

ตอนนั้นเขามีอาการมึนเมาไหม ?

รัศมีแข – “อันนั้นก็ไม่ทราบเมือนกัน เพราะแขอยู่ในอาการตกใจ ไม่ได้โฟกัสอะไร ตอนนั้นโฟกัสที่ตัวเองและห่วงความปลอดภัยของตัวเองมากที่สุด”

สิ่งที่เราทำกับน้องผู้หญิงมันทำให้เขามีอาการหึงหวงขนาดนั้นเลยเหรอ ?

รัศมีแข –“จริงๆ แขก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นยังไง ทุกอย่างมันเร็วมาก ก็คือแขเข้าไปกอดทักทาย (ทำท่ากอดกับต้นหอม)”

ต้นหอม – “แล้วสาวไหม”

รัศมีแข – “โอ้โห สาวแตกเลยครับ เพราะน้องเขาก็รู้จักเรา แขเป็นตัวของตัวเอง 100 เปอร์เซ็นต์เลยตอนนั้น”

ที่เขาหึงแข เขาไม่รู้เหรอว่าเราคือใคร ?

รัศมีแข – “อันนี้แขว่าควรถามที่เขามากกว่า เพราะแขก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขารู้จักแขหรือเปล่า เพราะส่วนตัวแข แขก็ไม่รู้จักเขาเหมือนกัน แต่พอมีการพูดคุยกับน้องสักพักแก้วก็เข้ามาที่หน้าเลยครับ”

พอเราไปโรงพยาบาลเสร็จเขาบอกว่าเขาพยายามติดต่อเรา แต่เราไม่รับสายเขา ?

รัศมีแข – “จริงๆ เขามีการติดต่อมาครับ”

ต้นหอม –“ใครติดต่อมา”

รัศมีแข – “น้องผู้หญิง”

ต้นหอม –“น้องผู้หญิงติดต่อนะ ไม่ใช่ผู้ชาย”

รัศมีแข – “น้องผู้หญิงติดต่อมา แล้วแขก็ได้คุยกับน้องผู้หญิงนี่แหละ พอคุยกันเสร็จก็บอกโอเค จบๆ เดี๋ยวเรานัดไปทานข้าวกันนะ พอไปถึงกรุงเทพเราค่อยว่ากันนะ พอคุยเสร็จแขก็ขับรถกลับมาถึงกรุงเทพน้องผู้หญิงก็มีการติดต่อโทรมาอีก ก็ยังมีอยู่ในไลน์ ก็ยังคุยกันว่าเดี๋ยวมึงจ่ายค่ารักษานะ”

ต้นหอม – “ขอแปลตรงนี้ว่า ระหว่างเสร็จสิ้นกันเรียบร้อยแล้ว น้องผู้หญิงก็โทรมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง ต้องบอกว่าเรื่องนี้ผู้หญิงเขาไม่เกี่ยว อันนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา เพราะเขาไม่ผิด และสองคนนี้เป็นเพื่อนกัน เขาก็รับสายคนนี้ เขาก็พูดคุยกัน และน้องผู้หญิงจะให้คุยกับคู่กรณี ซึ่งแขปฎิเสธไม่ขอคุยกับคู่กรณี อันนี้ก็เข้าใจได้ คนเพิ่งโดนปามา เขาก็ไม่มีอารมณ์อยากจะคุยอยู่แล้ว เพราะมันก็เต็มไปด้วยความรู้สึกกลัว”

ข่าวที่ออกมาตอนแรกบอกว่าทางคู่กรณีเอาขวดมาตีเรา ?

รัศมีแข – “ไม่ใช่ครับ ความคิดของแขตอนแรกคือถ้าเป็นแก้วมันต้องแตก ต้องโดนบาดอะไรบ้าง แต่แขรู้ว่ามันเป็นของแข็ง เลยคิดว่ามันต้องเป็นขวด แต่พอมารู้ว่าเป็นแก้วความกลัวของแขเนี่ยมากขึ้นกว่าขวดอีก อย่างที่บอกว่าถ้ามันแตกแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับดวงตาของแข แขมองไม่เห็น หรือได้รับความบาดเจ็บมากกว่านี้ มันน่ากลัวกว่าขวดเยอะเลย”

ตอนที่คู่กรณีกระทำเรา เขาไม่ได้อยู่ในระยะที่เรามองเห็นใช่ไหม ?

รัศมีแข – “มันเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่รู้ตัวเลย เขาไม่ได้มีท่าทีว่ามาแสดงความหึงหวงให้เห็นก่อน พลั้วะเดียวเข้าหน้าเลย”

หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้ไปแจ้งความที่สน. เลยหรือเปล่า ?

รัศมีแข – “ยังครับ ด้วยความที่แขอยู่กับเพื่อนสองคน แล้วเราไม่รู้ว่าจะทำกันยังไง ยอมรับว่ากลัวมากเพราะว่าฝั่งทางโน้นเขาก็มากับเพื่อนเขาด้วย ซึ่งเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อย่างที่บอกว่าแขห่วงความปลอดภัยของตัวเอง และอีกอย่างหนึ่งคือแขไม่ได้อยู่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นคำว่าแจ้งความสำหรับแขก็รู้แค่ว่ามันต้องไปสถานีตำรวจ แล้วยังไงต่ออันนี้คือแขไม่รู้ เลยได้มีการแค่ลงบันทึกประจำวันเอาไว้เท่านั้น หลังจากนั้นก็ขับรถกลับมากรุงเทพแล้วก็ได้มีการพูดคุยเล่าเรื่องให้พี่ต้นหอมฟัง รวมถึงเพื่อนๆ คนอื่น เพื่อที่จะปรึกษาว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นควรจะต้องทำยังไง นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งแขก็ติดต่อไปทางร้าน เพราะทุกคนบอกว่าของแบบนี้มันเป็นสิทธิ์ของแขที่จะได้เพราะว่าแขถูกทำร้าย จากนั้นก็เลยได้มีการไปคุยกับทางร้าน ซึ่งร้านได้บอกว่าถ้าหากจะเอาภาพจากกล้องวงจรปิดต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย นั่นก็คือไปแจ้งความ”

ทนาย – “ตอนนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดทางพนักงานสอบสวนได้รับหมดแล้ว เพียงแต่ขั้นตอนการขอมาเป็นการครอบครองมันทำไม่ได้ เพราะว่ามันถือเป็นพยานหลักฐานในสำนวน แต่ผมเองได้ไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดด้วยทีมงานทั้งหมดเมื่อวานแล้วว่าภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นในลักษณะที่ตรงกับข้อเท็จจริงที่คุณแขให้การในชั้นสอบสวน”

สรุปได้แจ้งความคดีอะไรบ้าง ?

ทนาย – “จริงๆ แล้วนับตั้งแต่วันที่คุณแขเปลี่ยนเป็นเจตนาเพื่อดำเนินคดีที่ผ่านมา สิ่งที่เป็นข้อหาสำคัญแรกเลยคือทำร้ายร่างกาย เพราะว่าผลของรายงานแพทย์มีอาการบวมช้ำ แล้วก็ระบุด้วยซ้ำว่ามีเลือดออกทางรูจมูก ฉะนั้นแล้วมันก็ต้องเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย แล้วในวันนั้นที่มีการแจ้งความก็ได้มีการสอบปากคำทางผู้เสียหายไปหมดสิ้น หลังจากนี้ไปพนักงานสอบสวนเขากำลังออกหมายเรียกไปยังผู้ถูกกล่าวหามาให้การ แล้วเราก็ได้แนบพยานหลักฐานในส่วนของใบรับรองแพทย์ แล้วก็ขอความกรุณาไปยังพนักงานสอบสวนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมากที่ทำการเรียกกล้องวงจรปิดจากร้าน ซึ่งตอนนี้อยู่ในการครอบครองหมดแล้วครับ”

แจ้งความเพียงข้อหาเดียวใช่ไหม ?

ทนาย – “ตอนนี้เป็นข้อหาเดียวครับคือทำร้ายร่างกาย ส่วนคดีแพ่งนั้นเดี๋ยวต้องว่ากันอีกที ณ ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าผู้ถูกกล่าวหาเขาจะให้การในลักษณะใด ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธหรือรับสารภาพได้”

อย่างการชดใช้ค่ารักษาพยาบาลมันจะมีผลต่อรูปคดีไหม ?

ทนาย – “ค่าใช้จ่ายสิ่งที่เขาเยียวยาจากเหตุการณ์ที่เขาแจ้งมา มันก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่ทำให้ความผิดที่กระทำดังกล่าวอาจจะลดลงได้บ้างในมุมมอง แต่คดีประเภทนี้มันคืออาญาแผ่นดิน ฉะนั้นมันคือคดีที่ยอมความกันไม่ได้ ที่เหลือก็สุดแล้วแต่อีกทีหนึ่งครับว่าเขาจะชดใช้กันอย่างไร”

ในส่วนของตัวเราอยากให้เรื่องนี้เป็นยังไง ?

รัศมีแข – “จากที่ว่ามีการขอโทษกันในวันนั้นแล้ว วันนี้ทำไมแขถึงเปลี่ยน แขก็ขอโยงไปในประเด็นที่ว่า หนึ่งคือแขมีครอบครัว แน่นอนว่าเราได้คุยกับสามี คุยกับพี่สาว แล้วสิ่งที่ละเอียดอ่อนที่สุดสำหรับแขก็คือหลานแขอายุ 15 16 และ 18 เขาโตแล้วอยู่ต่างประเทศเรื่องพวกนี้คือรุนแรงมาก ในหน้าที่ของแขที่เป็นลุงเป็นน้า เขามองอยู่ว่าแขจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าหน้าที่ลุงมันมาแล้ว สองคือแขมีความรู้สึกว่าคนเรามันมีสิทธิ์ที่จะสามารถใช้ชีวิตในที่สาธารณะได้อย่างปลอดภัยและไม่ควรถูกกระทำอย่างที่แขโดน ซึ่งบ้านเมืองของเรามันมีกกฎหมายที่สามารถคุ้มครองสิทธิ์นั้นของเราได้ และพอเรื่องพวกนี้มันกลายเป็นข่าว เป็นเรื่องที่มีคนติดตามดู ดังนั้นมันไม่ใช่แค่เรื่องของแขคนเดียวแล้ว เพราะเอาจริงๆ ก่อนที่แขจะออกมาแถลงข่าววันนี้ ช่วงที่แขไปทำงานที่ต่างจังหวัด ก็มีวัยรุ่นหลายๆ คนเข้ามาให้กำลังใจแข บอกให้แขสู้ๆ มีทั้งเด็กผู้หญิงเด็กผู้ชาย มีทั้งวัยรุ่น นั่นก็หมายความว่าพวกเรารับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ฉะนั้นแขจึงอยากทำให้สิทธิ์ตรงนี้มันถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำร้ายภายในครอบครัว หรือตามสถานที่ต่างๆ แขอยากให้เคสของแขเป็นเคสตัวอย่าง และเป็นเคสสุดท้าย เพราะแขไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับใครอีก”

ต้นหอม – “หลักๆ เลยแขต้องการให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนของสังคม เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับสังคมให้ทุกคนรู้ว่าหลังจากนี้เราจะไม่ทำร้ายร่างกายใครง่ายๆ อีกแล้ว บ้านเมืองเรามีกฎหมาย อยากให้ทุกคนเกรงกลัวเรื่องนี้มและให้เคสของแขเป็นเคสสุดท้ายของการที่ไม่ว่า เราจะเดินไปไหนและหากมีใครไม่พอใจก็สามารถทำร้ายใครก็ได้ เหตุการณ์แบบนี้ต้องหยุด นี่คือสิ่งที่แขต้องการ ในขณะที่ครอบครัวหรือเพื่อนๆ เราทุกคนต้องการความรับผิดชอบที่มากกว่านี้ คำขอโทษอย่างเดียวไม่พอ”

ณ ตอนนี้ความกลัวหมดไปแล้วใช่ไหม เราต้องการความถูกต้อง ?

รัศมีแข – “ยังไม่หมดเลยซะทีเดียว แต่ต้องบอกเลยว่าแขไม่ได้รู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตแบบที่ต้องระแวดระวังทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งมีมอเตอร์ไซค์จอดอยู่หน้าบ้านแขก็ยังไม่กล้าเข้าบ้านตัวเองเลย เพราะแขรู้สึกกลัว แขเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง แขมาจากประเทศที่มีความปลอดภัยสูงมาก แต่ ณ วันนี้ แขกลับรู้สึกว่าชีวิตของแขมันไม่ปลอดภัยเหมือนเดิม มันเลยทำให้แขยังค่อนข้างที่จะรู้สึกหวาดกลัว แต่ก็พยายามนะ พยายามใช้ชีวิตและกลับมาเป็นรัศมีแขคนเดิมให้เร็วที่สุด”

ถ้าหากอีกฝ่ายเขาติดต่อมาเพื่อขอยอมความเราจะทำอย่างไร ?

รัศมีแข – “เรื่องนี้ขอยกให้เป็นหน้าที่ของทนายล่ะกันถ้าเป็นเรื่องของการติดต่อ เนื่องจากแขมีปัญหาเรื่องการสื่อสารเรื่องการใช้ภาษาของตัวเอง แขกลัวเข้าใจกฎหมายประเทศไทยคาดเคลื่อน เนื่องจากแขไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย”

ทนาย – “คดีทำร้ายร่างกายมันเป็นคดีที่ยอมความกันไม่ได้ แต่ถ้าหากเขามีเจตนาที่อยากจะเยียวยา อย่างน้อยๆ จากหนักก็อาจจะกลายเป็นเบาได้ครับ การเยียวยาถ้าหากคดีมันขึ้นสู่ชั้นศาล ผมมีความเชื่อว่าศาลคงต้องมองว่า ไหนๆ ก็มีการเยียวยากันแล้ว อาจจะมีโทษที่เบาลงได้แค่นั้นเองครับ”

ตั้งแต่เรื่องนี้กลายเป็นข่าวมีเหตุการณ์ใดบ้างไหมที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัย ?

ดีเจต้นหอม – “ไม่มีค่ะ”

ณ ตอนนั้นที่เขาทำร้ายเรา อะไรทำให้เราถึงรู้สึกกลัวจนไม่อยากที่จะตอบโต้ ?

รัศมีแข – “มันก็มีบ้างเหมือนกันในมุมของแขที่พยายามจะเซฟตัวเอง แต่ในเมื่อมันเซฟตัวเองไม่ได้แล้ว จะถ่ายวีดีโอหรือจะพุ่งเข้าไปก็ทำไม่ได้ ฉะนั้นแขจึงรู้สึกว่าแขควรเอาตัวเองออกจากสถานที่นี้ให้ตัวเองไปอยู่ในที่ปลอดภัยที่สุดก่อน”

ต้นหอม – “เขาวิ่งหนีค่ะ เท่าที่หอมคุยกับแขถามว่าแขโกรธไหม โกรธค่ะ โกรธอยู่แล้ว แน่นอนว่ามีการพุ่งตรงไปหาเขา แต่เขาก็วิ่งหนี ซึ่งหอมก็ต้องขอบคุณเหมือนกันที่เขาวิ่งหนี เพราะถ้าเขาไม่วิ่งหนี เขาเอาแขไม่อยู่หรอกค่ะ การ์ดที่ล็อคแขหลายคนก็เอาไม่อยู่ แต่จังหวะอะไรก็ตามเมื่อแขเขาได้สติ เขารู้ว่าสถานที่นี้ไม่ใช่ที่ของเขาและก็ไม่มีใครซัพพอร์ตเขา แขเขาถึงได้โอเคที่จะเอาตัวเองออกมาและรับคำขอโทษ มันเป็นวิธีเดียวที่แขต้องทำ”

แสดงว่าเขาทำร้ายเราเสร็จเขาก็วิ่งหนีเลยถูกต้องไหม ?

รัศมีแข – “อย่างที่บอกแขก็พยายามจะพาตัวเองเข้าไปแต่เขาก็วิ่งหนี”

ขั้นตอนการดำเนินการตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?

ทนาย – “เท่าที่ผมได้สอบถามพนักงานสืบสวนเมื่อวานนี้ ก็คาดว่าเร็วๆ นี้ครับที่ผู้ถูกกล่าวหาจะเข้ามาให้การในชั้นสอบสวน ซึ่งก็ต้องรอดูว่าผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิเสธหรือรับสารภาพ”

ตัวเราเองพร้อมที่จะเจอกับคู่กรณีไหม ?

รัศมีแข – “ใจแขตอนนี้ยังไม่พร้อม ถ้าเป็นไปได้แขยังไม่อยากเจอ”

ต้นหอม – “ตอนนี้แขเขาต้องเยียวยาใจตัวเองก่อน เพราะหอมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขารู้สึกกังวลหรืออะไรยังไงบ้าง มันเป็นเหมือนมีอาการวิตกจริตที่เกิดขึ้น ดังนั้นแขเขาต้องดูแลตัวเองค่ะ ส่วนเรื่องขั้นตอนทางกฎหมายต่างก็คงต้องยกให้เป็นคุณทนายช่วยดูแล”

ตอนนี้ผวาไหมเวลาไปไหนมาไหนและมีใครเข้ามาใกล้?

รัศมีแข – “ก็มีไม่กล้าเข้าบ้าน หรืออาจจะต้องไปนอนบ้านพี่ต้นหอมบ้าง หรือให้คนมานอนด้วยที่บ้าน”

สถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนช่วงนี้ก็ต้องงดไปก่อน ?

รัศมีแข – “ตอนนี้ขออนุญาตพักก่อน”

ต้นหอม –“สั่งให้หยุดค่ะ”

เขามีมาข่มขู่ไหมเลยทำให้เรากลัวหรือหลอนขนาดนี้ ?

รัศมีแข – “ไม่มครับ อย่างที่แขบอกไปแล้วแขมาจากประเทศที่แขอยู่แล้วแขปลอดภัย แล้ววันหนึ่งแขมาตรงนี้แล้วมันโดนเข้าเต็มๆ โดยที่แขไม่ได้ทำอะไรเลย แขเลยพะวงและกลัว แขห่วงความปลอดภัยของตัวแขเองครับ”

สามีว่างอย่างไรบ้าง ?

รัศมีแข -‘“สามีไม่โอเคกับเรื่องนี้เลย คือเขาไม่โอเคเลย สามีก็ขอให้เป็นเรื่องของกฏหมายไปครับ”

ต้นหอม – “เขาอยากดูกล้องวงจรปิด”

หลังจากที่เขาโพสต์ขอโทษ เขาได้ติดต่อมาหาเราอีกไหม ?

รัศมีแข – “ไม่ได้คุยเลยครับ ไม่ได้ดูอะไรเลย อันนี้เดี๋ยวแขต้องไปดูในไลน์อีกทีนะครับ เพราะว่าหลังจากนั้นแขก็แทบจะไม่ได้ดูไลน์เลย เพราะแขใช้อยู่ 2 ไลน์ครับ”

ทางน้ำหวานเองเขาพยายามเป็นตัวกลางในการคุยไหม ?

รัศมีแข – “หลังจากวันที่ทางฝ่ายนั้นโพสต์ใช่ไหม ก็ยังครับ แขยังไม่เห็น เอาอย่างนี้ แขยังไม่ได้คัยกับใครเลย และแขก็ยังไม่รู้ว่ามิสคอลในไลน์มันขึ้นหรือเปล่า”

ต้นหอม – “คือแขเขามีมือถือ 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งใช้ติดต่อกัน อีกเครื่องวางทิ้งไว้เลย เพราะว่ามันเครียด ไม่ดูอะไรเลย ฉะนั้นก็จะไม่รู้ว่ามีการติดต่อมาไหม”

ณ วันนี้เราพอใจกับสิ่งทีทเขาขอโทษเราไหม ?

รัศมีแข – “เอาจริงๆ นะครับ ใจของแข แขไม่ได้อะไรกับเขาแล้ว ก็คือรู้ว่าคนคนหนึ่งที่กระทำแบบนั้นกับเรา ก็คือเขาเขียนออกมา ขอโทษแล้ว แต่แขมีความรู้สึกว่าอย่างที่แขบอก ไม่ใช้เรื่องของแขคนเดียวแล้ว มันเป็นเรื่องของครอบครัวแข หลานแขหลายๆ คน เด็กที่เขามองอยู่ในกรณีนี้ เพราะฉะนั้นเราอยากบอกไปว่า เรื่องแบบนี้มันควรหยุดได้แล้ว มันไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้ว ไม่อยากให้มีเคสแค่แบบว่าดูสิ ไปทำใครก็ได้ แค่ออกมาขอโทษแล้วจบนะ ไม่ต้องมีอะไร ไม่ได้ แล้วอีกอย่างหนึ่งที่แขอยากบอกก็คือ บ้านเมืองเรามีกฏหมายที่สามารถคุ้มครองตัวเราเองได้ เพราะฉะนั้นเรามีสิทธิ์ในตรงนี้ และแขก็อยากทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

เรายังมีคำถามอยู่ไหมว่า กับแค่ความเข้าใจผิดแค่นิดหน่อย ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ ?

รัศมีแข – “แขไม่มีคำถามอะไรเลยนะครับ แขว่าคำถามแบบนี้ควรไปถามคนกระทำมากกว่า ว่าเพราะอะไรขณะนั้นคุณถึงกล้าเอาสิ่งของมาเขวี้ยงใส่หน้าคนได้ แล้วยิ่งบอกว่าเป็นแก้ว คุณไม่กลัวเราตาบอดหรอ คุณไม่กลัวเราจะใช้ชีวิตต่อไปนี้ยังไง แขว่าควรไปถามอีกฝั่งดีกว่า”

ตอนนี้อาการบาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง ?

รัศมีแข – “ตอนนี้หลังจากหายระบมแล้วนะครับ อันนี้คือกลัวมาก เพราะว่าจะชกเวที 10 Fight 10 สิ้นปีนี้ เพราะตอนนี้อาการเหงือกด้านหน้ายังมีอาการตึงปวดอยู่ ต้องไปเช็กหมอฟัน แล้วแขยังไม่สามารถล้างหน้าตัวเองแล้วถูเข้าไปในจมูกได้ เพราะมันมีอาการเจ็บ ล้างหน้าต้องซับ ไม่สามารถเอาผ้าเช็ดตัวถูเข้าไปได้ครับ แขกลัวเป็นเรื่องของด้านในมากกว่า เพราะถ้าหากแขไปซ้อมมวย แขต้องหยุดการซ้อมมวยไว้ตอนนี้ เพราะถ้าเกิดไปซ้อมแล้วผิดพลาดขึ้นมา มันมีผล เพราะตอนนี้ยังมีอาการปวดอยู่ ส่วนศรีษะไม่มีอะไร เพราะมันโดนแค่เฉพาะตรงหน้า”

รัศมีแข – “ส่วนทางร้านมีน้องเลขาของทางร้านได้ส่งสลิปมาให้ เพราะน้องออกไปก่อน ส่วนที่เขาโอนไปคือไปทางร้าน แต่ทางแขเองก็คือโอนไปกับทางร้านอยู่แล้ว เพราะทางน้องเขามีการทวงว่าอย่าลืมโอนเงินให้หนูด้วย แขก็โอนเงินตรงนั้นไปให้น้องแล้วครับ”

แสดงว่าเงินตรงนั้นไม่ได้มาที่แขเลย ?

รัศมีแข – “ไม่ได้เกี่ยวกับแข ไม่ได้เข้าบัญชีแข”

เราคิดว่าเงินจำนวน 2,000 กว่าบาท มันทำให้เรื่องจบไหม เพียงพอกับการเยียวยาเราไหม เหมือนเขาไม่จริงใจ ?

รัศมีแข – “แขว่าเอาจริงๆ,ตรงนี้แขไม่พูดถึงจำนวนเงินกันดีกว่าว่าจะเยียวยายังไง แขว่าเราโฟกัสไปที่ความถูกต้องดีกว่า”

ต้นหอม – “แต่ก็ควรเยียวยาด้วย เงินไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่อยู่ในประเด็นเหมือนกัน”

เรารู้สึกยังไงที่เขาโอนเงินมาจำนวนเป๊ะขนาดนั้น กับการทำร้ายร่างกายคนอื่น ?

ต้นหอม – “หอมว่าคือเขาโอนเงินเป็นค่ารักษาจะโอนเงินเป๊ะ ก็ไม่ผิดหรอก เพียงแต่ว่าสังคมก็จับตามองอยู่ เพียงแต่ว่าโอเคเงินตรงนั้นไม่ได้เข้าแขนะ ทีนี้ถ้าเข้าแขจะอยู่ในส่วนของความรับผิดชอบ ซึ่งก็ต้องเป็นหนาที่ของเขา ซึ่งจริงๆ ตัวแขเขาไม่ได้โฟกัสเรื่องเงิน แต่คนรอบข้างโฟกัสเหมือนกันนะ”

เขาจ่ายแค่ค่ารักษาในตอนนั้นเพียงเท่านั้น ?

ต้นหอม – “ใช่ค่ะ”

ไม่ได้มีการติดต่อว่าเขาอยากจะเยียวยาเรา ?

ต้นหอม – “อาจจะเป็นทางเราที่ยังไม่พร้อมที่จะรับการติดต่อ แต่ ณ ตอนนี้ถ้าอยากจะติดต่อมาแขสบายใจให้เขาคัยกับคุณทนายมากกว่า เพราะว่า ณ ตอนนี้ภาวะสภาพจิตใจไม่พร้อมที่จะสื่อสารกับทั้งคู่”

พร้อมไกล่เกลี่ยไหม ถ้าเขาอยากจะติดต่อมาหลังจากนี้ ?

ทนาย – “ก็ต้องขอคุยกับเขาอีกทีหนึ่งว่าสิ่งที่เขาเยียวยาเนี่ยไปในทางที่ดีแล้ว สมเหตุสมผลหรือเปล่า แต่ท้ายที่สึดแล้วก็ต้องอยู่ที่ตัวคุณแขอีกทีว่าคุณแขจะโอเคไหม ตอนนี้เราคงอนุมานตัวเลขคงไม่ได้”

แสดงว่าหลังจากนี้ถ้าหากมีการติดต่อมาก็ต้องคุยกับทนายโดยตรง ?

ทนาย – “ก็ต้องขอคุยในรายละเอียดอีกทีหนึ่ง ว่าที่เขาเยียวยาไปในทางไหน ในทางที่ดูแล้วสมเหตุสมผลหรือเปล่า แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องอยู่ที่ตัวคุณแขอีกทีว่า คุณแขจะโอเคไหม หรืออะไรต่อไป ตอนนี้จะมาอนุมานตัวเลขคงจะไม่ได้”
 
ต้นหอม – “คืออยากให้ผลลัพธ์จากการกระทำคือราคาที่คุณต้องจ่าย ทุกอย่างจะไม่ได้ง่ายเกินไป แค่คำขอโทษ”

ตอนที่รู้ว่าเพื่อนเราถูกทำร้ายจากเหตุการณ์นี้รู้สึกยังไง ?

ต้นหอม – “ดิฉันพูดออกอากาศได้เหรอคะ (หัวเราะ) โกรธ หอมก็โกรธแหละ เราไม่ชอบสังคมอะไรแบบนี้ ที่ดูเหนือกฎหมาย เพราะฉะนั้นความปลอดภัยในที่สาธารณะของคนดูจะลดน้อยลงไป เพราะเราอยากศรัทธากฎหมายมากกว่านี้ อยากให้ทุกคนเคารพไม่ว่าเป็นใครก็ตาม และที่สำคัญคุณไปทำแขมันลงได้ยังไง ในความรู้สึกเรา เรารู้จักแขมาค่อนข้างสนิท ตอนที่แขบอกว่าเขาหึง หอมถามกลับไปหาเขาว่า แขคิดสิมันใช่เหรอ หึงอ่ะ คิดว่ามันมีเหตุผลอื่นอีกไหม เพราะเราให้ตัวเลือกนี้เป็นตัวเลือกสุดท้ายเลย เป็นเหยียดเพศได้ไหม ไม่ชอบตุ๊ดหรือเปล่า อันนี้ยังดูเหตุผลมากกว่า มากกว่าหึง แขบอก ไม่ เขาหึง เราก็มึนไปนิดหน่อย เราก็ถามว่า แมนหรือเปล่าวันนั้น เพราะดูทรงแล้วมันไม่น่าใช่ เอาเป็นว่าไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม อยากให้เราเคารพกันมากกว่านี้หน่อย ทำร้ายร่างกายคนง่าย ๆ ไม่ได้อีกแล้ว

กำลังใจล้น เพื่อนๆ พากันติดแฮทแท็ก #Saveรัศมีแข ?

รัศมีแข – “เอาจริงๆ ขอขอบคุณมาก เราเป็นคนที่ตั้งแต่เกิดเรื่อง เราได้ขอพรพระเจ้าปฏิญาณว่า ลูกเชื่อในความดีนะ อย่าให้ลูกหมดศรัทธากับคำๆ นี้เลย หลังจากเพื่อนคอยให้แฮทแท็กและคอยให้กำลังใจ เรารู้สึกว่ามันเป็นพลัง  แล้วก็มันจะหยุดอยู่แค่นี้ไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของทุกคนแล้ว มันไม่ใช่เรื่องของแขแล้ว การที่แขโดนทำร้ายร่างกาย มันเป็นเรื่องของเพื่อนฝูง มันเป็นเรื่องของครอบครัว มันเป็นเรื่องของหลาน จนมันกลายเป็นเรื่องของสังคม ซึ่งแขทำงานในวงการบันเทิง เมื่อก่อนแขก็รู้แค่ว่าเล่นละครไปจบ ได้เงินไปจบ แต่ตอนนี้แขได้รู้แล้วว่า คนมองเรา และเราต้องเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม มันเป็นแบบนี้นี่เอง เพราะไม่รู้ว่าวันหนึ่งมันจะเกิดกับแข ทำให้แขได้รู้ว่า มันหน้าที่ ที่เป็นมากกว่านักแสดงด้วยซ้ำ”

รู้สึกสบายใจขึ้นบ้างหรือยัง ?

รัศมีแข – “ก็ยังไม่ถึงกับ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็พยายามที่จะให้ตัวเองกลับมาเป็นตัวเองมากที่สุด
ได้รู้จักคู่กรณีจากการเล่าสู่กันฟังมากขึ้น”

รัศมีแข – “ก่อนหน้านี้ไม่รู้จัก พอเพื่อนบอกก็ไปค้นหากูเกิ้ลดู ว่าเขาชื่อนี้ แล้วเริ่มได้ยินข่าวว่านั่นคือเขา”

อยากบอกอะไรกับคนที่เขาอาจจะใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล แล้วไปทำร้ายคนอื่น ?
รัศมีแข – “เอาจริงๆ ง่ายๆ คนเราถ้ารู้ว่าตัวเองออกไป และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ อยู่บ้านครับ อยู่บ้านไปเลย เพราะว่าคุณคือคนอันตรายของสังคม คุณสามารถที่จะออกไปทำร้ายใคร ด้วยอารมณ์ของตัวเองที่คุณควบคุมไม่ได้ ถ้าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แล้วรู้ว่าตัวเองทำแบบนี้บ่อยๆ หรือเราเป็นคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้ อยู่ในโซนของตัวเอง อย่าออกมาใช้ชีวิตในสังคม เพราะว่าคุณคือคนอันตรายต่อคนอื่น”

Instagram