รมว.ทส.สั่ง ทบทวนคืนป่าชายเลนภูเก็ต สร้างอู่ต่อเรือ หวั่นสร้างมลพิษ

รมว.ทส.สั่ง ทบทวนคืนป่าชายเลน ภูเก็ต 198 ไร่ จากองค์การสะพานปลา เหตุ เปิดประมูลสร้างอู่ต่อเรือ ชาวบ้านฮือต้าน หวั่น มลพิษสิ่งแวดล้อม

วันที่ 8 ก.ย. จากกรณี กลุ่มชาวบ้านและผู้ประกอบการธุรกิจประมง คัดค้านการดำเนินกิจการต่อเรือและซ่อมแซมเรือ ของบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ที่ชนะการประมูลก่อสร้างอู่ต่อเรือ บริเวณท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต หมู่ 1 ถนนศรีสุทัศน์ ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ในพื้นที่กว่า 65 ไร่ ซึ่งเกรงว่า จะเกิดมลพิษทางอากาศ ทางน้ำ เสียงรบกวน ฝุ่นละออง รวมถึง ผลกระทบต่อชุมชนและสัตว์น้ำ ในบริเวณดังกล่าว และที่สำคัญต้องตัดไม้ป่าชายเลนที่สมบูรณ์อีกประมาณ 11 ไร่ เพื่อเปิดพื้นที่ดำเนินการนั้น

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งให้ตรวจสอบเงื่อนไขการขออนุญาตใช้พื้นที่ พร้อมมอบให้อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่ทันที เพื่อเจรจาแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ พื้นที่ใดเกินความจำเป็น จะเสนอคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พิจารณาขอคืนพื้นที่อนุญาตเดิมที่ยังคงมีสภาพป่าชายเลนที่สมบูรณ์ เพื่อรักษาไว้ให้ชุมชนใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน ต่อไป

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า กรณีมีกลุ่มชาวบ้านและชาวประมงจังหวัดภูเก็ต ออกมาร้องเรียนและแสดงความกังวลเกี่ยวกับบริษัทเอกชนจะทุ่มเงินลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอู่ต่อเรือและซ่อมแซมเรือ ในพื้นที่ป่าชายเลนที่องค์การสะพานปลาได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 โดยส่วนตัว ตนเองมีความกังวลเช่นกันถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น การที่หน่วยงานได้อนุญาตให้เอกชน ประชาชน หรือหน่วยงานรัฐเองก็ตามได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวน ก็เพราะมีเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น หากแต่ต้องอยู่ภายในเงื่อนไขและข้อตกลงร่วมกัน หากขอไปแล้ว ไม่เป็นไปตามข้อตกลง หรือ เกินความจำเป็น ก็จะต้องขอคืนกลับมาเพื่อสงวนรักษาให้คงสภาพป่าไว้ดังเดิม ตนได้หารือกับ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงแนวทางการแก้ไขและยุติปัญหา โดยตนได้ย้ำเรื่องความถูกต้อง โปร่งใส และยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ อีกทั้ง การพิจารณาต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้ใครหรือกลุ่มคนใดเด็ดขาด ตนอยากฝากไว้ ว่า

“ทรัพยากรธรรมชาติมีอย่างจำกัด แต่ความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ กลับมีอยู่อย่างไม่จำกัด ความต้องการที่ดินป่าไม้ทำประโยชน์มีมาก หากจะขอ ก็ต้องขอแค่เพียงพอตามความจำเป็นเพื่อสาธารณะประโยชน์เท่านั้น การพัฒนาบ้านเมืองตลอดจนการสร้างอุตสาหกรรมการลงทุนจะมองเพียงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่ใส่ใจให้ความสำคัญต่อด้านการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้ อย่างเด็ดขาด”
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า หลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ทางคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งตนเป็นประธานคณะกรรมการ จะพิจารณาให้อนุญาตตามความจำเป็นและความเหมาะสมของการใช้ประโยชน์พื้นที่ สำหรับกรณีนี้ ตนมีความเห็นตรงกับท่าน รมว. ทส. ในการพิจารณาขอคืนพื้นที่ป่าสมบูรณ์จำนวนประมาณ 198 ไร่ ที่ทางองค์การสะพานปลาไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยจะเสนอคณะกรรมการฯ ดังกล่าว พิจารณา อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้ตรวจสอบและสำรวจให้ละเอียดว่าเนื้อที่ป่าชายเลนที่ต้องพิจารณาขอคืนมีเนื้อที่เท่าใด และอยู่บริเวณใด อีกทั้ง ให้หารือกับองค์การสะพานปลาถึงแผนการดำเนินงาน หากไม่ตรงตามวัตถุประสงค์หรือขัดแย้งกับเงื่อนไขแนบท้ายประกาศ ให้เสนอตนเพื่อพิจารณาดำเนินการเสนอคณะกรรมการฯ ต่อไป

Instagram