ผัวเมียร้องสุดปวดร้าว ขายผลไม้ ตร.มั่วจับค้ามนุษย์ ต้องคลอดลูกในคุก

ครอบครัวผัวเมียที่ อ.กงหรา พัทลุง ร้องสื่อฯ ถูกตำรวจจับข้อหาร่วมค้ามนุษย์ ทั้งที่ไม่รู้เรื่องแค่ไปติดต่อเรื่องประกันรถ ถูกยึดรถ 4 คัน ผู้หญิงกำลังท้อง ขอประกันตัวไม่ได้ ต้องคลอดลูกในคุก สุดท้ายศาลยกฟ้อง แต่ติดคุกไปแล้ว 1 ปี 19 วัน ออกมาไปขอรถคืน ถูกเรียกค่าลายเซ็นอีกคันละ 2 หมื่น ไม่มีให้ถูกไฟแนนซ์ยึด แล้วฟ้องเรียกค่าส่วนต่าง 2 ล้าน 

วันที่ 22 กันยายน ได้มีนางรัชดา หรือน้ำ บัวแก้ว อายุ 25 ปี และนายภานุสิทธิ์ หรือเบน สังข์ทอง อายุ 25 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้าน หมู่ 8 ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง ร้องเรียนสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรม กรณีที่ทั้งคู่ต้องติดคุกนาน 1 ปี 19 วัน โดยที่ไม่มีความผิด

นายเบน สามีเล่าว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 เกิดอุบัติเหตุรถขนแรงงานต่างด้าวพลิกคว่ำในพื้นที่เขตรับผิดชอบของ สภ.เมือง จ.ชุมพร เป็นเหตุให้มีแรงงานต่างด้าวเสียชีวิต ส่วนคนขับรถ ถูกควบคุมตัว ด้วยเหตุที่รถกระบะคันที่พลิกคว่ำเป็นของเพื่อนของตน โดยมีคนขับ เช่าไป และขณะเกิดเหตุตนอยู่ กทม .จึงโทรบอกให้นางรัชดา หรือ น้ำ ภรรยาซึ่งมีความรู้เกี่ยวเรื่องประกันรถเพราะเคยทำงานในบริษัทประกันรถมาก่อน เป็นคนเข้าไปติดต่อเรื่องประกันรถ แต่เมื่อน้องน้ำ ไปถึง สภ.เมืองชุมพร ในนที่ 23 มกราคม 2563 วันรุ่งขึ้น กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่จังหวัดชุมพร จับกุมตัวพร้อมยึดรถยนต์ 4 ประตู คันที่น้องน้ำ ขับไปจากพัทลุง ด้วย 1 คัน โดยบอกว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการ กับคนขับรถบรรทุก แรงงานต่างด้าว ทางครอบครัวร้องขอให้เจ้าหน้าที่อนุญาตให้มีการประกันตัว น้องน้ำ เพราะ น้องน้ำไม่เกี่ยวข้อง อีกทั้งกำลังท้อง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยืนยันไม่ให้ประกันตัว จนน้องน้ำต้องคลอดบุตร ในขณะที่ถูกจำคุกในเรือนจำจังหวัดชุมพร

สองสามีภรรยา ยังเล่าด้วยว่า อย่างไรก็ดีในช่วงที่ น้องน้ำ ถูกตำรวจจับ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามนายภานุสิทธิ์ หรือ เบน ที่บ้านในพื้นที่ ตำบลชะรัด อำเภอกงหรา แต่ในช่วงนั้นนายเบน อยู่ กทม.และหลังจากที่ นายเบน กลับจาก กทม. ในวันที่ 25 มกราคม 2563 ด้วยความบริสุทธิ์ใจ นายเบน จึงขับรถกระบะของน้องสาว ไปที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 พัทลุง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตชด. ร่วมกับตำรวจภาค 9 และตำรวจพัทลุง ควบคุมตัวแจ้งข้อกล่าวว่าร่วมในขบวนการค้ามนุษย์ รวมทั้งยึดรถกระบะของน้องสาวที่นายเบนขับไปอีก 1 คัน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพร้อมยึดรถยนต์มีคอกกั้น ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในการประกอบอาชีพค้าขายผลไม้ ตามฤดูกาลและขายหมาก ไปอีก 2 คัน รวมรถยนต์ที่ถูกเจ้าหน้าที่ยึดไปเพื่อตรวจสอบทั้งของตนเองและญาติ รวม 4 คัน พร้อมจับกุมนำตัวเข้าเรือนจำจังหวัดชุมพร ทั้งที่ไม่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนการดังกล่าว แต่ยอมรับว่า มีการติดต่อกับคนขับรถ คันที่เกิดอุบัติเหตุจริง เพราะมีธุรกิจค้าขายผลไม้เหมือนกัน แต่ไม่รู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องการขนแรงงานเถื่อน โดยทั้งคู่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำจังหวัดชุมพรกว่า 1 ปี สุดท้ายศาลตัดสินทั้งคู่ไม่มีความผิด จึงถูกปล่อยตัวออกมา

นางรัชดา หรือน้ำ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต ที่ต้องถูกจำคุกโดยไม่มีความผิด หลังออกจากคุก ชีวิตครอบครัวต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ ทั้งยังมีสภาพเป็นหนี้สิน ลูกก็ต้องคลอดขณะถูกจำคุก เป็นความเจ็บปวดที่ตอกย้ำอยู่ตลอดเวลา ซ้ำหลังออกจากคุก ไปติดต่อขอรับรถยนต์คืน กลับถูกเจ้าหน้าที่เรียกเงินค่าลายเซ็นคืน คันละ 2 หมื่น อ้างผู้บังคับบัญชาไม่ยอม และจะนำเงินส่วนนี้ให้กับผู้บังคับบัญชา แต่ตนไม่มีจ่าย สุดท้ายรถถูกบริษัท ยึดรถทั้ง 4 คัน และยังถูกบริษัทฟ้องส่วนต่าง กว่า 2 ล้านบาท

ทั้งคู่ ยังระบุด้วยว่า กรณีที่เกิดเหตุไม่เชื่อว่าจะเป็นกรณีสุดท้าย เพราะพวกตนไม่มีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ และเรื่องนี้ครอบครัวจะไม่แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เพราะถือว่าแจ้งไปก็เท่านั้น ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากไม่มีความมั่นใจ ในระบบอุปถัมภ์ เชื่อว่า พวกเดียวกันก็ต้องช่วยกัน แต่จะทำเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย พร้อมฝากถามว่า ความรับผิดชอบเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมบอกว่า หากศาลตัดสินว่าพวกตนไม่มีความผิด จะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นครอบครัวตนทุกอย่าง ตอนนี้ศาลตัดสินแล้ว แต่ไม่เห็นความรับผิดชอบดังกล่าวเลย.

Instagram