ผบ.ฉก.นราฯ สั่งจัดระเบียบชายแดนสกัดกั้นการหนีเข้าไทย

ผบ.ฉก.นราฯ สั่งจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนพร้อมสกัดกั้นการลักลอบหนีเข้าไทย
เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2564 เวลา 09.00 น.ที่ห้องประชุม สวนอาหารริมน้ำ อ.เมือง จ.นราธิวาส พลตรีไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เรียกประชุมคณะกรรมการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนเพื่อเสริมความมั่นคงในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 , กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนใต้, กองบังคับการตำรวจน้ำ , หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 , ชุดควบคุมป้องกันชายแดน, หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ , ศูนย์เฝ้าตรวจชายแดน 441,ที่ดินจังหวัดนราธิวาส , เทศบาลเมืองนราธิวาส,กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,หัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมประชุม
โดยวาระการประชุมในครั้งนี้เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจในการดำเนินงานของคณะกรรมการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนเพื่อเสริมความมั่นคงในพื้นที่ จ.นราธิวาสในห้วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งชี้แจงสถานการณ์ด้านการข่าว สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในพื้นที่ จ.นราธิวาส และติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการตามผังเมืองรวมเมืองตากใบ ชุมชนตาบาลีเห ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาสอีกด้วย
ทั้งนี้จากการที่กระทรวงมหาดไทยออกประกาศเรื่อง อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ระลอกใหม่ ซึ่งมติรัฐมนตรีเห็นชอบการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือกัมพูชา ลาว เมียนมา อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานถูกต้องตามกฎหมายเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งอนุมัติให้กระทรวงมหาดไทยใช้อำนาจตามมาตราที่ 17 แห่งราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค จำเป็นต้องให้แรงงานต่างด้าวแสดงตน ลงทะเบียนตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยนั้น จากกรณีดังกล่าว เกรงว่าแรงงานต่างด้าวซึ่งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านคือมาเลเซียซึ่งล็อคดาวน์ประเทศอยู่ จะทำการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายบริเวณแนวชายแดนไทย-มาเลเชีย โดยใช้ช่องทางธรรมชาติเป็นเส้นทางลักลอบทะลักเข้ามา

โดยพลตรีไพศาล ผบ.พล.ร.15/ผบ.ฉก.นราธิวาสได้สั่งการให้หน่วยทหารในพื้นที่เพิ่มความเข้มข้นตามมาตรการควบคุมตลอดแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นในพื้นที่รับผิดชอบ คือ อ.ตากใบ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.แว้ง รวมทั้งเพิ่มมาตรการในการลาดตระเวน ให้หน่วยทำการบูรณาการกำลังและเครื่องมือร่วมกับทุกภาคส่วนในการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด การเสริมกำลังตามแนวชายแดน โดยเฉพาะช่องทางที่มีชุมชนหรือหมู่บ้านอาศัยอยู่ใกล้แนวชายแดน การจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัด และการจัดตั้งแหล่งข่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมทั้งชี้แจงและสร้างความเข้าใจให้ประชาชนตระหนักถึงสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 รวมทั้งสร้างแรงจูงใจในการแจ้งข้อมูลข่าวสารขบวนการนำพา ไม่ว่าจะเป็นกรณีการจับกุมคนนำพาและยึดเรือหรือยานพาหนะ จะมีการมอบรางวัลให้ แต่หากพบว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวที่ไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย รู้เห็นกับการลับลอบการนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ทางด้านพลตรีไพศาล หนูสังข์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมีกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานทั้งฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่นและฝ่ายปกครอง ต้องสามารถบูรณาการการปฎิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่