ผบช.ภาค 2 ลงพื้นที่สระแก้ว สั่งเข้มงวดปัญหาแรงงานกัมพูชาลักลอบเข้าเมือง สกัดโควิด 19

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว สั่งเข้มงวดปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานกัมพูชา เพื่อสกัดโควิด19 ขณะที่ ผวจ.สระแก้ว สั่งแจ้งให้ผู้ประกอบการและแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย ไปต่ออายุการขยายเวลาเอกสารการเดินทางของแรงงานที่ยังอยู่ในประเทศ ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้แล้ว

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เดินทางลงพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว โดยมี พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว , พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ รอง ผบก.ภ.จ.สระแก้ว และคณะฯร่วมลงพื้นที่ด้วย หลังมีข่าวกลุ่มบุคคลลักลอบเข้าประเทศไทยจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยอาศัยช่องทางธรรมชาติ อันนำมาสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โดยสั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเฝ้าระวังและตรวจสอบการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้น พร้อมทั้งลงพื้นที่บริเวณตะเข็บแนวชายแดน เพื่อตรวจสอบมาตรการสกัดบุคคลลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ สภ.โคกสูง , สภ.คลองลึก และ สภ.ตาพระยา ภายหลังเข้ารับฟังบรรยายสรุปที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรโคกสูง โดยได้ออกตรวจช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนที่ช่องทำนบดัต (บ้านอ่างศิลา) ,ช่องหนองจาน/โจ๊กเจีย (บ้านหนองจาน) ,ช่องตำบล 5 (บ้านหนองหญ้าแก้ว) และช่องโอบายเจือน บ้านโนนหมากมุ่น อ.โคกสูง โดย พ.ต.อ.ฐาปนนท์ หน่องพงษ์ ผกก.ชค.ตชด.12 สั่งการให้ ร.ต.ต.พูนศักดิ์ เอี่ยมศิริ ผบ.มว.ร้อย ฉก.ตชด.4 พร้อม กำลังพล ร้อย ฉก.ตชด.4 ให้การต้อนรับและนำเดินตรวจเยี่ยมจุดผลักดันแรงงานกัมพูชากลับประเทศ ณ จุดตรวจ จต.38 (โอไบเจือน) บ.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.นิธิธร และคณะฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 บริเวณจุดผ่อนปรนการค้า บ้านตาพระยา-บึงตะกวน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โดยมี พ.ต.ท.เอกภณ ดาวไธสง รอง ผบ.ชค.ตชด.12 พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจจุดผ่อนปรนฯ ,เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจตาพระยา กองกำลังบูรพา, เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์สระแก้ว และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอตาพระยา ร่วมกันให้ข้อมูลรายละเอียดมาตรการสกัดบุคคลต่างด้าวชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ด้วย

กระทั่งเวลา 15.20 น. พล.ต.ต.นิธิธร และคณะ ได้เข้าตรวจเยี่ยมด่านชายแดนบ้านคลองลึก พร้อมให้กำลังใจกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ประจำด่านชายแดนบ้านคลองลึกและ สภ.คลองลึก โดยมี พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.คลองลึก ,พ.ต.ท.ภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา รอง ผกก.ป.สภ.คลองลึก, พ.ต.ท.เข็มชาติ สุวะศรี รอง ผกก.สส.สภ.คลองลึก, พ.ต.ท.ณัฐพล ชนะศุภกาญจน์ สวป.สภ.คลองลึก ,พ.ต.ท.ธรณ์ธันย์ โพธิ์ศรี สว.สอบสวนฯ ปรก.ฯ ,พ.ต.ต.สุภาวุฒิ ศรีสุลัย สว.สส.สภ.คลองลึก รับการตรวจเยี่ยมและรายงานเหตุการณ์ทั่วไป ทั้งนี้ รอง ผบช.ภ.2 ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, ให้กำลังใจกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ และกำชับกำลังพลในการป้องกันตนเองจากโควิด 19 ด้วย

ขณะเดียวกัน นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย แจ้งว่า รัฐบาลกัมพูชาเห็นชอบให้ต่ออายุการใช้งานของเอกสารการเดินทางของแรงงานกัมพูชาในประเทศไทยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโรน่า 2019 หรือโควิด-19 โดยให้แรงงานสามารถขอต่ออายุเอกสารการเดินทางได้ ณ สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชา ประจำประเทศไทย โดยขอความร่วมมือแจ้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลไทย รวมทั้ง นายจ้างและสถานประกอบการ ที่จ้างแรงงานกัมพูชา เพื่อให้พิจารณาดำเนินการตามกระบวนการโดยเร็ว ทั้งนี้ ในส่วนของ จ.สระแก้ว ได้เริ่มประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและนายจ้าง ที่มีแรงงานกัมพูชาในความดูแล ขอให้แจ้งให้แรงงานกัมพูชาที่อายุการใช้งานของเอกสารการเดินทางสิ้นสุดลง สามารถไปดำเนินการขอต่ออายุเอกสารเดินทางได้ ณ สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชา ประจำประเทศไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจังหวัดสระแก้ว 037-425126-7

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ได้เกิดข่าวลือและมีการส่งคลิปเสียงของเจ้าหน้าที่กัมพูชาที่ระบุว่า ทางฝั่งประเทศกัมพูชามีการแพร่กระจายของโรคโควิด19 ไปในวงกว้าง ลักษณะเหมือนฝั่งประเทศเมียนมา หลังเกิดสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด19 ที่ผู้บัญชาการเรือนจำฯและภรรยาติดเชื้อโควิด19 กระทั่งนำมาสู่การแพร่ระบาดไปเป็นวงกว้าง ซึ่งทางการกัมพูชาได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว ผ่านกำนันคนไทยรายหนึ่งระบุว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.63 เหตุการณ์ไม่รุนแรง ทางการกัมพูชายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมทั้งแจ้งสถานการณ์ระบาดของโควิด 19 ในกัมพูชาปัจจุบัน ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อ เมื่อเช้าวันที่ 7 ธ.ค.63 มีผู้ติดเชื้อทั้งหมดเพียง 348 คน ติดเชื้อในชุมชน 32 คน ขณะนี้รักษาหายแล้ว จำนวน 306 คน

Instagram