ปทส.บุกจับต่างด้าว-คนไทย ลักลอบกรีดยางข้อหาเก็บของป่า ในพื้นที่ป่าสงวน อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

สระแก้ว – เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปทส. กองปราบปราม บุกจับต่างด้าวและคนไทยขณะลักลอบกรีดยาในพื้นที่ป่าสงวน อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ถูกแจ้งข้อหาเก็บหาของป่าในพื้นที่ประกาศเป็นเขตป่ากว่า 1,000 ไร่ ซึ่งเกิดข้อพิพาทระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้าน บริเวณแนวคูกันช้าง ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานวา เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กองบัญชาการสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการการสั่งการของ พ.ต.อ.อนรรฆ ประสงค์สุข ผกก.2 บก.ปทส., พ.ต.ท.เอกศิษฏ์ โตอดิเทพย์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ปทส. นำโดย พ.ต.ท.ปวารณ์ ดาลจาวัล สว.กก.2 บก.ปทส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.4 รวม 8 นาย ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สก.6 (ท่าเต็นท์), เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สก.4 (เขาฉกรรจ์), เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด. ร้อย ตชด.127, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.สระแก้ว, ได้ทำการตรวจยึดจับกุม ผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย ได้แก่ นายเฮียง เอม สัญชาติกัมพูชา, นายยิน ซาย สัญชาติกัมพูชา และนายวัชระพงษ์ หงส์เอก อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210 บ้านท่าเต็นท์ ม.9 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์ในการกระทำผิด 5 รายการ อาทิ ช้อนรองน้ำยาง จำนวน 33 ชิ้น, มีดกรีดยาง จำนวน 1 เล่ม, หินลับมีด จำนวน 1 อัน, โคมไฟติดหัวพร้อมแบตรุ่น MP-7950 จำนวน 1 ชุด, แกลลอนใส่น้ำกรด จำนวน 1 แกลลอน

โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกจับทั้ง 3 รายว่า เป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 ฐานเก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 1 ว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11, 18 และ 80 ฐานเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่มีผู้ร้องเรียนผ่านทางอีเมล บก.ปทส. กรณีมีผู้ลักลอบกรีดยางพารา และเก็บของป่าในพื้นที่สวนยางพาราที่ถูกตรวจยึดดำเนินคดี แปลงตรวจยึดคดีอาญาที่ 238/2558 บัญชีของกลางลำดับที่ 146/2558 ตาม ปจว.ข้อ 1 เวลา 00.30 น.ของวันที่ 23 ก.ย.58 สภ.เขาฉกรรจ์ เนื้อที่โดยรวมประมาณ 1,000 ไร่เศษ เหตุเกิดที่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด ท้องที่หมู่ 9 บ้านท่าเต้น ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว พร้อมกับนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งให้ พ.ต.ท.อุดม อินทรประเสริฐ พนักงานสอบสวน สภ.เขาฉกรรจ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ตาม ปจว.ข้อที่ 4 วันที่ 10 พ.ย.63 เวลา 15.00 น. คดีอาญาที่ ค.337/2563 บัญชีของกลาง ย.187/2563

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวที่ สภ.เขาฉกรรจ์ พบว่า มีชาวบ้านประมาณ 6-7 คน เดินทางมาที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเขาฉกรรจ์ โดยมีนายธนกร ทิวิน ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 บ้านท่าเต้น อยู่บ้านเลขที่ 209 ม.9 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว พร้อมญาติของผู้ต้องหา เดินทางมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อยื่นขอประกันตัวชาวบ้าน โดยระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดกับคูกันช้างป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ซึ่งถูกตรวจยึดตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการลดพื้นที่ปลูกยางพาราในช่วงที่ราคายางถูก จำนวน 1,100 ไร่ และเตรียมดำเนินการเพิ่มอีกรวม 2,700 ไร่ จึงเป็นข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการร้องเรียนไปยังส่วนกลางและอยู่ระหว่างพิจารณาหาข้อยุติ

นายธนกร กล่าวอีกว่า มีชาวบ้านที่เข้าทำกินและเข้าไปกรีดยางในพื้นที่ดังกล่าวอยู่ทุกวัน ประมาณ 40 ครัวเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ทราบดีและไม่ได้มีการจับกุมแต่อย่างใด เพราะเป็นพื้นที่ทำกินเดิมของเขา เดิมชาวบ้านปลูกข้าวโพด ถั่ว มันสำปะหลังและพืชอื่น ๆ แต่ปรากฏว่า มีช้างลงมากิน จึงเปลี่ยนมาปลูกยางหรือพืชที่ช้างไม่กิน กระทั่งมีนโยบายลดพื้นที่ปลูกยางและยึดคืนที่ดินทำกินของชาวบ้านไป โดยไม่มีการเยียวยาหรือหาพื้นที่ทำกินอื่น ๆ ทดแทน ชาวบ้านก็จำเป็นต้องเข้าไปเก็บเกี่ยวผลผลิตในพื้นที่เดิมของตนเองจนกว่าจะได้ข้อยุติปัญหาข้อพิพาทซึ่งชาวบ้านไม่ยินยอม และการจับกุมครั้งนี้เนื่องจากมีผู้ไม่ประสงค์ดีต้องการให้ผู้ใหญ่บ้านถูกดำเนินคดีและออกจากตำแหน่ง จึงร้องเรียนเข้าไปในส่วนกลาง ทำให้มีเจ้าหน้าที่ ปทส.เข้ามาจับกุมดังกล่าว ตนจึงมาประกันตัวลูกบ้านคนไทย ส่วนชาวกัมพูชาอยู่ระหว่างดำเนินคดีในฐานะคนต่างด้าวตามกฎหมาย

Instagram